[One-Shot] Sweet Christmas Eve [4/4] End

posted on 24 Dec 2013 19:04 by ilovetoon directory Fiction
>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>คำเตือน<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<
 
ฟิคนี้เป็นฟิค Yaoi (ชxช) ใครไม่ใช่แนว เชิญปิดเลยนะ
 
 
 
ต่อๆๆตอนจบแล้วจ้า ^^
 
__________________________________________________________
 
Vampire Company Fanfic
Title : Sweet Christmas
Author : mamon18717
Pairing : Zeingo x Jeneze
Rating : ???
 
 

               --4 End--

               หลังจากที่ทั้งคู่ได้ข้อสรุปแล้ว ก็ถึงขั้นตอนการกินละนะ เซโงจัดการนำกล่องเค้กออกมาจากถุงแล้ววางไว้กลางโต๊ะ แอบขำคนข้างๆเบาๆ ก็เพราะว่าเจนีสเป็นคนซื้อมาเอง แต่กลับทำหน้าตื่นเต้นเหมือนกับ ‘เปิดกล่องของขวัญที่ได้รับมา’ เลยนะสิ

 

               เมื่อเจนีสเห็นมือเซโงไม่ยอมขยับเปิดกล่องซักที ก็เงยหน้าไปมองหน้าเซโงด้วยความหงุดหงิด เซโงเห็นดังนั้นก็พยักหน้าไปหนึ่งที เป็นเชิงว่า ‘เข้าใจ’ แล้วลงมือเปิดฝากล่องออก

 

               “เป็นไงบ้างเซโง น่ากินมั้ย” ทันทีที่ฝากล่องถูกเปิดออก เผยให้เห็นเค้กสีขาวบริสุทธิ์ภายใน ซึ่งถูกแต่งแต้มสีสันด้วยสตรอว์เบอร์รี่สีแดงสดลูกใหญ่

 

               เจนีสยืนรอคำตอบจากเซโงด้วยใจลุ้นระทึก จ้องหน้าเซโงตาไม่กระพริบ เมื่อเซโงเห็นสีหน้าคาดหวังจากคนข้างๆก็อดเอาใจไม่ได้ ก็ใครให้เจนีสทำหน้าตาน่ารักขนาดนั้นล่ะ

 

               “น่ากินสิ” เซโงเอ่ยปากตอบคำถามนั่น แต่จะมีใครเล่าจะล่วงรู้ความในใจว่าที่เขาเอ่ยไปนั้น หมายถึงเค้กซะที่ไหนกัน!

 

               “เย้~ งั้นกินกันเลยนะ” ทันทีที่เซโงเอ่ยชม เจนีสก็ยิ้มร่า เป็นรอยยิ้มที่ทำให้เซโงเห็นโลกทั้งใบสดใสขึ้นมาทันตาเลยล่ะ เล่นเอาหัวใจเซโงเต้นผิดจังหวะกันเลยทีเดียว และเซโงก็อดที่จะยิ้มตามไม่ได้

 

               เซโงจัดการเลื่อนเค้กไปไว้ที่ริมโต๊ะ แล้วหันไปพูดกับเจนีส

 

               “นั่งสิ”

 

               “นั่ง?”

 

               “ก็ขึ้นมานั่งบนโต๊ะนี่ไง หรือนายจะยืนกินงั้นหรอ? อ๊ะ..อย่าบอกนะว่า ‘อยากนั่งตักฉัน’ น่ะ เอาสิ เชิญ” เซโงไม่เพียงแค่พูดเท่านั้น เขายังเอามือตบลงไปที่ตักของตัวเองอีกต่างหาก พร้อมทั้งโปรยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ใส่เจนีส คนโดนแกล้งหน้าขึ้นสีทันที

 

               “จะ..จะบ้าหรอ!” เจนีสตะโกนกลบเกลื่อนความอาย แล้วขยับตัวขึ้นไปนั่งบนโต๊ะแทนที่เค้กเมื่อก่อนหน้านี้ ทำให้ในตอนนี้ ทั้งคู่อยู่ในสภาพที่นั่งหันหน้าเข้าหากัน แถมระดับสายตายังพอดีกันอีกต่างหาก ส่งผลให้ทั้งสองจำต้องสบสายตากันอย่างเลี่ยงไม่ได้

 

               “กินซักทีสิ” เจนีสบอกเซโงที่มัวแต่นั่งมองหน้าเขาด้วยสายตา...กรุ้มกริ่ม เจนีสเขินจนไม่รู้จะเขินยังไงแล้ว เขาอยากจะมุดแผ่นดินหนีไปซะตรงนี้เลย เสียแต่เจ้าเค้กที่วางอยู่ข้างๆนี่น่ะสิ ที่ทำให้เจนีสยังรั้งตัวเองให้ยังอยู่ตรงนี้ แม้จะอยากกินมากขนาดไหน แต่เจนีสก็ยังมีมารยาทพอ รอให้เจ้าของกินก่อน

 

               เซโงหยิบสตรอว์เบอร์รี่ลูกโตขึ้นมาหนึ่งลูก แล้วเอาจ่อไปยังริมฝีปากอิ่มของเจนีส

 

               “นายก็กินก่อนสิ” เจนีสบอกกับเซโง เมื่อเห็นเซโงยื่นสตรอว์เบอร์รี่มาให้

 

               แต่เซโงกลับเพียงสายใบหน้าเปื้อนยิ้มเบาๆเท่านั้น แถมยังยื่นสตรอว์เบอร์รี่ลูกนั้นให้สัมผัสกับริมฝีปากอิ่มนั่นอีกต่างหาก ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ ที่เซโงทำตัวอ่อนโยนกับเจนีสถึงเพียงนี้

 

               ตอนนี้เจนีสเริ่มเข้าใจคนตรงหน้าแล้วล่ะ ‘เซโงแค่อยากให้เขากินก่อนนี่เอง’ เจนีสคิดได้ดังนั้นก็เอื้อมมือไปหยิบสตรอว์เบอร์รี่ในมือเซโง แต่เซโงกลับชักมือกลับ แล้วยื่นไปที่ปากเจนีสอีกครั้ง

 

               และเมื่อแวมไพร์หัวช้าแปลความหมายของการกระทำนั่นได้ แม้จะงงอยู่บ้าง แต่ก็ยอมทำตามแต่โดยดี เจนีสจัดการงับสตรอว์เบอร์รี่ลูกโตเขาปากภายในคำเดียวจนแก้มบวมตุ่ย

 

               ทุกๆการกระทำของเจนีสล้วนตกอยู่ในสายตาของเซโงทั้งสิ้น ชนิดที่ว่าไม่มีสิ่งใดหลุดรอดสายตาเซโงไปได้เลย ตั้งแต่แรกเริ่มที่ริมฝีปากอวบอิ่มสัมผัสกับสตรอว์เบอร์รี่ฉ่ำ ความเปล่งประกายเงาวับของลูกสตรอว์เบอร์รี่ช่วยขับให้ริมฝีปากนั้นเงาเป็นประกายเช่นกัน ยามเจนีสขบริมฝีปากเบาๆเมื่อได้รับรสเปรี้ยว และทำหน้าเคลิ้มเมื่อได้รับรสหวานคละเคล้ามา จนใบหน้าขาวซีดเริ่มอมชมพูระเรื่อ

 

               กระทั่งเมื่อเจ้าตัวกลืนสตรอว์เบอร์รี่ลูกยักษ์ลงไปหมดแล้ว แต่ก็ยังเลียริมฝีปากอิ่มของตนอย่างช้าๆเป็นการทิ้งท้าย เล่นเอาเซโงที่นั่งมองอยู่แทบคลั่ง เจนีสจะรู้ตัวมั้ยนะ ว่าการกระทำของตัวเองไปปลุกสัญชาตญาณดิบในตัวร่างสูงขึ้นมาซะแล้ว... อดทนไว้เซโง.. อดทนไว้... อดเปรี้ยวไว้กินหวานดีกว่านะ หึหึหึ...

 

               “นายก็กินบ้างสิเซโง อร่อยนะ” เมื่อเจนีสกินเสร็จ ก็ได้เวลาใส่ใจคนรอบข้างบ้าง

 

               “ป้อนฉันสิ” ถึงจะไม่รู้ว่าเป็นคำร้องขอหรือคำสั่งจากเซโง แต่เจนีสก็ทำตามเสียงนั้น ก็ทีเซโงยังป้อนเขาได้ แล้วทำไมเขาจะป้อนให้เซโงบ้างไม่ได้ล่ะ

 

               เจนีสหันไปหยิบสตรอว์เบอร์รี่ขึ้นมาป้อนให้คนตรงหน้า เซโงแอบยิ้มมุมปากเล็กน้อยก่อนจะก้มลงไปงับสตรอว์เบอร์รี่ในมือเล็กนั่น แต่ก็ยังไม่วายงับนิ้วเล็กนั่นเข้าไปด้วย เจนีสสะดุ้ง รีบชักมือกลับทันที

 

               หึหึ.. เซโงขำเบาๆให้กับท่าทางร้อนรนนั้น เขาเอื้อมมือไปคว้ามือเล็กๆของคนตรงหน้า แม้เจนีสจะขัดขืนด้วยการชักมือกลับ แต่มีหรือที่ ‘คนตัวเล็กๆที่วันๆอยู่แต่ในบริษัท’ จะไปสู้ ‘คนตัวโตกว่า แถมยังเป็นนักล่าค่าหัว ออกหาเหยื่อทุกวี่วัน’ ได้ เมื่อคนตัวเล็กเห็นว่าขัดขืนไปก็เปล่าประโยชน์ จึงยอมให้โงดึงมือเขาไปแต่โดยดี

 

               แผละ!

 

               “เฮ้ย! จะทำอะไรน่ะ มันเปื้อนนะ!” เจนีสร้องเสียงหลงเมื่อเซโงดึงมือเล็กไปจุ่มกับหน้าเค้กสวย

 

               “หลบไป ฉันจะไปล้าง” เจนีสใช้มืออีกข้างที่ไม่เปื้อน ดันตัวเซโงออกเบาๆเพื่อขอทาง หากแต่ร่างสูงกลับไม่ให้ความร่วมมือเลยแม้แต่นิด ซ้ำยังเขยิบเข้ามาใกล้อีกด้วย

 

               เจนีสได้แต่ทำหน้ามุ่ยใส่ เพราะจะขัดขืนก็ดูจะเสียเปรียบกว่าอีกล่ะ ทั้งขนาดตัว แถมยังประสบการณ์โชกโชนของร่างสูงนั่นอีก แล้วยังมือข้างที่เปื้อนก็ยังถูกมือหนาจับเอาไว้อยู่ แม้จะไม่เห็นหนทางชนะ แต่เจนีสก็ไม่ยอมแพ้ ใช้สายตาฟาดฟันเซโงต่อไป เสียแต่สีหน้าหงุดหงิดนั่น ร่างสูงกลับมองว่า ‘น่ารัก’ น่ะนะ

 

               ยิ่งเซโงเห็นเจนีสทำหน้าไม่พอใจใส่ เซโงก็ยิ่งอยากแกล้ง เซโงแลบลิ้นเลียเนื้อครีมที่ติดอยู่บนนิ้วเล็กๆ ทีละนิ้ว..ทีละนิ้วอย่างช้าๆ เขาทั้งเลีย ทั้งขบ ทั้งดูดนิ้วขาวๆนั่น ราวกับกำลังลิ้มรสขนมหวานชั้นเลิศก็ไม่ปาน ฝ่ายถูกกระทำนั้นได้แต่ตะลึงกับการกระทำของร่างสูง ทุกๆสัมผัสจากลิ้นเรียว ส่งผลให้ร่างเล็กใจหวิวๆ

 

               พลันสบตากัน เจนีสรับรู้ได้ถึงสายตาร้อนแรงของร่างสูงที่ไม่ได้ละไปจากใบหน้าของเขาเลยแม้แต่นิด เจนีสรับรู้ได้ถึงใบหน้าอันร้อนผ่าวของตน แต่จะขัดขืนก็ทำไม่ได้ ทำได้เพียงหลับตาปี๋ เพื่อหลบสายตาร้อนแรงตรงหน้า

 

               ในสายตาเซโงตอนนี้เห็นหน้าเจนีสแดงก่ำเสียยิ่งกว่าสตรอว์เบอร์รี่ที่กินไปเมื่อกี้เสียอีก สตรอว์เบอร์รี่สีแดงสดว่าหวานแล้ว แล้วใบหน้าที่แดงกว่าจะหวานขนาดไหนนะ ว่าแล้วเซโงก็ชะโงกหน้าไปงับเบาๆที่จมูกเล็กของร่างบาง อีกมือที่ว่างอยู่ของเซโงก็จับท้ายทอยของคนตัวเล็กไม่ให้หันหน้าหนี ก่อนจะไล้ลิ้นเลียไปยังเปลือกตาบาง ลากลงไปตามขนตาแพยาว วนขบเลียที่แก้มแดงซ่าน แล้วไปจบที่ริมฝีปากอิ่มของเจนีส เซโงขบเม้มที่ริมฝีปากอูม ก่อนจะเข้าครอบครองตวัดหาความหวานจากโพรงปากเล็ก

 

               “อะ..อื้อ!” ร่างเล็กเริ่มร้องประท้วงเมื่อหายใจไม่ทัน ด้วยความเป็นห่วงคนตัวเล็ก เซโงจึงยอมผละปากออกมา แต่ก็ดูดริมฝีปากอิ่มด้วยความอาวรณ์ จูบร้อนแรงของเซโงทำเอาเจนีสถึงกับหอบตัวโยน

 

               “นายทำบ้าอะไรฮะ! ถ้าคนอื่นมาเห็นเข้า จะทำยังไง!!” เจนีสขึ้นเสียงใส่เซโง

 

               “ฉันเช็คมาหมดแล้วหน่า วันนี้ไม่มีใครว่างมาที่บริษัทหรอก ฉันว่า..เรามาต่อเรื่องของเรากันดีกว่านะ” พลันสิ้นเสียง เซโงก็ผลักเจนีสนอนราบลงกับโต๊ะ ก่อนจะประกบจูบอีกครั้ง โดยที่มือทั้งสองเริ่มทำหน้าที่สำคัญ ปลดเปลื้องเสื้อผ้าของคนข้างใต้ออก ทีละชิ้น..ทีละชิ้น จนหมด...

 

               บัดนี้ ในหัวเจนีสล้วนขาวโพลนเพราะพิษจูบจากร่างสูง ส่งผลให้อารมณ์เริ่มอยู่เหนือเหตุผลใดๆ เจนีสจูบตอบสัมผัสที่ได้รับไปอย่างทัดเทียม ทำให้อารมณ์ของทั้งคู่เริ่มพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งเจนีสและเซโงยังคงจูบกันอยู่เนิ่นนานอย่างไม่ยอมแพ้กัน

 

               แม้ตอนนี้ร่างเจนีสจะเปลือยเปล่าแล้ว แต่มือเซโงยังคงทำงานต่อด้วยการปาดครีมจากหน้าเค้กมาละเลงบนตัวขาวเนียนของร่างบาง แต่ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เซโงเอื้อมมือไปหยิบโหลน้ำผึ้งสวยมาราดไปทั่วร่างบอบบาง ความหอมหวานที่โชยมาจากน้ำผึ้งผ่อง ทำเอาเซโงเริ่มอดใจไม่ไหว

 

               อยู่ๆร่างสูงก็ถอนริมฝีปากออกมาช้าๆ ส่งผลให้คนตัวเล็กเผลอส่งเสียงขัดใจออกมา แต่ก็ต้องสะบัดหน้าหนีเมื่อเจอรอยยิ้มล้อเลียนของเซโง ร่างสูงเหลือบมองผลงานของตนอย่างพอใจ ก่อนที่จะรีบงัดโทรศัพท์มือถือมาถ่ายรูปเก็บเอาไว้อย่างรวดเร็วเสียจนเจนีสไม่ทันสังเกต ในตอนนี้ไม่เพียงแค่ใบหน้าเล็กเท่านั้นที่แดงซ่าน แต่ผิวขาวเนียนของคนข้างใต้ก็แดงไม่แพ้ใบหน้าหวานเลยแม้แต่นิด

 

               “จะ..จะทำอะไรก็รีบๆทำสิ!” เจนีสพูดออกมาหลังจากทนสายตาหิวกระหายของคนตรงหน้าไม่ไหว แถมเขาก็เริ่มมีอารมณ์แล้ว และคาดว่าคนตรงหน้าก็เช่นกัน เพราะฉะนั้น จะให้มันจบลงตรงนี้ก็คงไม่ได้ซะด้วยสิ

 

               หึ.. เซโงยิ้มมุมปากอย่างชอบใจ แล้วเริ่มจัดการกับผลงานของตนตรงหน้า...

 

 

_____________________________________________________________________________
 
Cut
 
_____________________________________________________________________________
 
 
 

               "ราตรีสวัสดิ์นะครับ" ร่างสูงบอกลาร่างเล็ก แต่ก็ไม่ทันจะผละจาก ก็โดนมือเล็กคว้าแขนเอาไว้เสียก่อน มือเล็กอีกข้างล้วงหาบางสิ่งใต้หมอน

 

               "เซโง ฝากวางไว้ปลายโลงหน่อยสิ" มือเล็กยื่นถุงเท้าสีแดงสดให้เซโงด้วยสีหน้าจริงจัง เซโงนึกขันกับท่าทีของร่างบาง แต่ก็ตอบรับคำขอด้วยเสียงนุ่ม มือหนาคว้าถุงเท้าสีแดงสดเอาไว้ ก่อนจะก้มจุมพิตหน้าผากเนียน

 

               "ฝันดีนะครับ" ร่างสูงคลี่ยิ้มบางให้แก่คนตัวเล็ก และคนตัวเล็กก็มอบรอยยิ้มหวานให้แก่ร่างสูงเช่นกัน เจนีสเริ่มขยับเปลือกตาบางลง

 

               แม้เวลากลางคืนจะเป็นเวลาออกไปเที่ยวของแวมไพร์ แต่ด้วยความเหนื่อยจากกิจกรรมเมื่อครู่ บวกกับวันนี้เขาออกไปตะลอนๆกลางแดดทั้งวัน จึงทำให้ร่างเล็กเข้าสู่ห้วงนิทราอันแสนอบอุ่นอย่างรวดเร็ว

 

               ร่างสูงนั่งมองใบหน้าหวานที่หลับสนิทลงไปแล้ว เขาชอบมองใบหน้าเล็กนี้เสมอๆ สีหน้าหลากหลายที่มักแปรเปลี่ยนไปตามความคิดของเจ้าของ ทำให้ร่างเล็กถูกอ่านความคิดได้ไม่ยาก เขามักจะพูดจากวนอารมณ์คนตัวเล็ก เพียงเพราะอยากเห็นสีหน้าหลายๆแบบ ที่ในสายตาเขา ไม่ว่าเมื่อไหร่มันก็น่ารักเสมอ

 

               ซักพักเซโงก็ลุกขึ้น ปิดฝาโลงให้คนตัวเล็ก แถมยังไม่ลืมวางถุงเท้าเอาไว้ให้อีกด้วย เขายิ้มบางให้กับความคิดเหมือนเด็กของคนตัวเล็กที่โตจนป่านนี้แล้วยังเชื่อเรื่องตาลุงชุดแดงอยู่อีก ซานตาคลอสน่ะไม่มีจริงหรอกนะ แต่หากคนตัวเล็กตื่นขึ้นมาแล้วไม่พบของขวัญล่ะก็ มีหวังได้บ่นเรื่องความดีของตนที่ชายแก่มองไม่เห็นละนะ ลำบากเขาอีก ที่ต้องมาทนฟังจนหูชา ซึ่งแน่นอนว่าต้องเป็นเขานี่ล่ะที่ต้องมาทำตัวเป็นซานต้าปลอมๆมอบของขวัญใส่ถุงเท้าแดงให้แวมไพร์ที่อายุสมองต่ำกว่าอายุจริง แต่ก็ไม่เป็นปัญหา เขารู้ใจร่างบางดีจึงเตรียมของขวัญเอาไว้ให้แล้วละนะ

 

               เซโงหยิบกล่องของขวัญทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดพอดีมือออกมาจากลิ้นชักโต๊ะ แม้ไม่ได้เป็นของขวัญชิ้นใหญ่โต ไม่ได้ห่อด้วยกระดาษลวดลายสวยงาม มีเพียงแค่ริบบิ้นแดงเส้นเล็กประดับไว้ตรงมุม แต่ก็เป็นของขวัญที่เขาตั้งใจเลือกให้เป็นอย่างดี และเขามั่นใจว่าคนตัวเล็กจะต้องชอบ

 

               เซโงจัดการยัดกล่องของขวัญนั้นใส่ถุงเท้าสีแดงของคนตัวเล็ก ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไปจัดการกับตัวเองบ้าง ทั้งคราบเหนอะจากร่างบางที่เปรอะเปื้อนไปทั่วหน้าท้องแกร่ง ทั้งอารมณ์ที่แอบปะทุขึ้นจากเสียงครางหวานของร่างบางตอนที่ล้างตัวให้

 

               เมื่อเซโงอาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้วก็เดินมาทิ้งตัวลงข้างโลงที่บรรจุร่างเล็กเอาไว้ เขาเอนสีข้างพิงโลงเก่า มือหนาลูบไล้ฝาโลงเบาๆประหนึ่งได้ลูบมือนุ่ม

 

               และแล้ว..เปลือกตาบางก็เริ่มคล้อยต่ำ ปกปิดนัยน์ตาสีนิล ร่างสูงปล่อยสติให้จมดิ่งสู่ความมืดอันสงบเงียบ

 

               ถ้าเป็นไปได้..เขาอยากจะขออยู่อย่างนี้ แค่ได้อยู่ใกล้ๆ ได้เคียงข้างกัน ให้นานขึ้นอีกเพียงสักนิดก็ยังดี...

 

               "อรุณสวัสดิ์" เสียงนุ่มทุ้มดังขึ้นเมื่อฝาโลงผุถูกแง้มออกด้วยมือขาวซีดของคนที่อยู่ข้างใน

 

               "อืม.. อรุณสวัสดิ์" ร่างเล็กเอ่ยด้วยน้ำเสียงงัวเงีย แม้เจนีสจะแปลกใจที่ตนหลับสนิททั้งที่เป็นเวลากลางคืน หากแต่ในห้วงนิทรามืดสนิท หัวใจดวงน้อยกลับพองโตด้วยความอบอุ่น ถึงจะไม่รู้สาเหตุ แต่ก็ดีกว่าฝันร้ายละนะ...

 

               เพราะหลับสบายตลอดคืน ทำให้เมื่อเจนีสตื่นมา ร่างกายที่บอบช้ำจากกิจกรรมอันหนักหน่วงนั้น หายดีเป็นปลิดทิ้ง

 

               'ตุ๊บ' เสียงคล้ายของหล่นดังขึ้นเมื้อเจนีสผลักฝาโลงให้เปิดขึ้น เล่นเอาดวงตาที่จะปิดแหล่ไม่ปิดแหล่นั้นเบิกกว้างขึ้นมาทันใด คนตัวเล็กรีบกระโจนไปยังต้นเสียงทันที และก็ได้พบกับถุงเท้าสีแดงสดของตนที่มีกล่องของขวัญอยู่ภายใน! ย้ำอีกครั้ง... ถุงเท้าของเขามีกล่องของขวัญใส่อยู่ด้วยล่ะ!! มือเล็กคว้าถุงเท้าขึ้นมา สีหน้าเปื้อนยิ้มดีใจยกใหญ่

 

               ในตอนแรกที่ได้ยินเรื่องซานตาคลอสนั้น เจนีสก็ไม่ค่อยจะเชื่อสักเท่าไรนัก ประกอบกับบางคนก็บอกว่าเป็นของขวัญที่พ่อแม่ให้ แต่เขาก็แค่อยากจะลองดู และไม่ได้คิดว่าจะได้ของขวัญกับเขาด้วย เหตุเพราะในตอนนี้เขาไม่มีพ่อแม่แล้วน่ะสิ

 

               แล้วของขวัญนี่ล่ะ ของใคร?

 

               ถ้าไม่มีพ่อแม่ ก็ต้องเป็นคนที่เปรียบเสมือนพ่อแม่ ผู้ปกครองงั้นหรอ... จะว่าไปก็มีอยู่คนนึงนะ ที่ชอบถูกล้อว่าเป็นผู้ปกครองของเขาอยู่บ่อยๆ  ก็...เซโง!?

 

               พลันคิดดังนั้น ใบหน้าเล็กก็หันไปหาร่างสูงที่คอยมองดูเขาอยู่ตลอดเวลา ทั้งสีหน้างัวเงียตอนตื่นนอน สีหน้าดีใจยามได้รับของขวัญ และสีหน้าตกใจเมื่อได้รับข้อสรุปในข้อสงสัยของตน เซโงยักคิ้วให้เขาทีนึงก่อนจะหันไปสนใจอย่างอื่น

 

               เจนีสหันมาสนใจของขวัญในมือ เรื่องที่ว่าได้รับมาจากใครนั้น เอาเป็นว่าเดี๋ยวค่อยไปไล่ถามเอาละกัน มาดูนี่ดีกว่า ของขวัญข้างในถุงเท้าคืออะไรกันแน่นะ ร่างเล็กชักตื่นเต้น มือเล็กขยับไปจับกล่องของขวัญดึงออกมา

 

              ทันที่กล่องของขวัญได้อวดโฉม ดวงตาเล็กของเจนีสก็เป็นประกายขึ้นมาทันใด พลันน้ำลายใสไหลย้อยลงมาจากมุมปาก เล่นเอาแขนเล็กเกือบปาดเช็ดแทบไม่ทัน

 

              ว้าววว ช็อกโกแลตนี่! ช็อกโกแลต!! ช็อกโกแลต!!!

 

              ร่างเล็กยิ้มกว้าง แผ่ประกายความดีใจเสียจนน่าแสบตา ส่งผลให้ร่างสูงที่นั่งมองอยู่ถึงกับยิ้มตามที่อย่างน้อยเจนีสก็ถูกใจของขวัญชิ้นนี้

 

              เมื่อกล่องของขวัญถูกมือเล็กดึงออกมาจนหลุดจากถุงเท้า กระดาษสีชมพูใบเล็กก็ร่วงหล่นลงมาจากถุงเท้า เจนีสผละความสนใจมาที่กระดาษใบเล็ก เขาวางถุงเท้าลงก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบกระดาษปริศนาขึ้นมา พลิกอ่านข้อความที่ถูกเขียนไว้อย่างบรรจง

 

              'รักนะครับ'

 

              แม้จะไม่ได้ระบุชื่อผู้ส่ง แต่เจนีสก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นลายมือของใคร เขาหันหน้าไปยังตำแหน่งเดิมที่เซโงเคยนั่งอยู่ แต่บัดนี้กลับไร้ร่างมีชีวิต เขาจึงหันหน้ากลับไป และก็ได้พบกับคนที่มองหาอยู่

 

              ร่างสูงขยับเข้าโอบเอวบางเอาไว้ ก้มใบหน้าเรียวเข้าหาใบหน้าหวาน ตาสีนิลจ้องลึกลงไปยังตาใส ทั้งสองสบตากันอยู่เนิ่นนาน จนกระทั่งร่างสูงปริปากขึ้น

 

              "รักนะครับ"

 

              พลันสิ้นเสียง ร่างสูงก้มลงประกบริมฝีปากเรียวเข้ากับริมฝีปากอิ่มของร่างเล็ก เจนีสจูบตอบด้วยใบหน้าแดงซ่าน แม้จะไม่ใช่คำพูดที่หวานซึ้ง แต่ก็เป็นคำสารภาพรักคำแรกที่คนตัวเล็กเพิ่งจะได้รับจากร่างสูง

 

              'คำบอกรัก' จากคนที่ 'รักเรา' และที่สำคัญ เราก็ 'รักเขา' ทำให้หัวใจเจนีสเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมาจากอกกันเลยทีเดียว และเมื่อริมฝีปากทั้งสองผละออกจากกัน คนตัวเล็กก็ขยับปากพูดบ้าง

 

              "รักเหมือนกันครับ"

 

              แม้เป็นถ้อยคำสั้นๆ แต่กลับมีความหมายต่อหัวใจสองดวงนี้ ร่างทั้งสองเข้าโอบกอดกันและกัน ซึมซับความอบอุ่นที่แผ่มาจากอีกฝ่าย ตักตวงความสุขที่เอ่อล้น

 

              ใจสองดวงที่เต้นดังไปพร้อมๆกัน เปรียบดั่งการยืนยันในความรู้สึกที่มีให้แก่กัน ยิ่งกว่าถ้อยคำหวานนับร้อยพันที่เปล่งออกมาโดยไร้ซึ่งความจริงใจ...

 

_________________________END _________________________

 
 
 
จบแล้วนะ เราเขียนดีไม่ดียังไงบอกกันได้ ตักเตือนแนะแนวทางกันได้ เราน้อมรับเสมอ
 
ส่วนช่วงที่ Cut ออก เอาอีเมล์มา เดี๋ยวเราส่งให้ รับรอง สะใจแน่นอน ฮุฮุ
 
 
 
 
...ขอบคุณผู้อ่านทุกท่าน...

[One-Shot] Sweet Christmas Eve [3/4] ~ Zeingo’s Side Story ~

posted on 20 Dec 2013 23:06 by ilovetoon directory Fiction
>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>คำเตือน<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<
ฟิคนี้เป็นฟิค Yaoi (ชxช) ใครไม่ใช่แนว เชิญปิดเลยนะ
 

คุยกันก่อนนิดนึง...  คือ ตอนที่แล้ว จะใช้มุมมองของผู้เขียนบรรยายเอาซะส่วนมาก

แต่ภาคนี้จะใช้ความคิดเซโงเป็นตัวเดินเรื่องนะ เพราะงั้น เราจะได้รู้กันว่า คนที่นิ่งๆเงียบๆ อย่างนั้น ในใจคิดอะไรบ้าง... 

__________________________________________________________________
 
Vampire Company Fanfic
Title : Sweet Christmas
Author : mamon18717
Pairing : Zeingo x Jeneze
Rating : ???
 

Zeingo’s Side Story [3/4]

               ให้ตายสิ! ถึงว่าทำไมสังหรณ์ใจไม่ค่อยดีเอามากๆ จนต้องรีบจัดการเหยื่อแล้วเร่งกลับมาบริษัท สาเหตุก็มีอยู่แค่ เจ้าแวมไพร์บ๊องดันหายหัวออกไปข้างนอกตั้งแต่ ‘กลางวันแสกๆ’ น่ะสิ วันนี้เขาไม่น่าออกไปทำงานเลย น่าจะอยู่เฝ้าเจ้าแวมไพร์บ๊องนั่นเอาไว้ให้ดีๆ แต่ทำไมวันนี้ถึงมีแต่คนไม่ว่างกันนะ ทั้งคูฟ ทั้งฟรีค ทั้งไคซา ทั้งเชย์ออน แม้แต่คีซัสก็ยังไม่มาอยู่เฝ้าเจ้าแวมไพร์บ๊องนี่เลย

 

               หืม..? พวกคุณอย่าหาว่าผม ‘ไม่รู้เรื่องอะไรกับเขาเลย’ นะ ทำไมผมจะไม่รู้ ผมรู้ดีว่า ‘วันพรุ่งนี้’ เป็น ‘วันคริสต์มาส’ ที่ใครๆก็อยากมีเวลาส่วนตัวไปอยู่กับคนที่รักบ้าง อย่างคูฟก็จะไปอยู่กับซาฟิว ไคซาก็ต้องไปอยู่กับลูกสาวสุดรักอย่างการ์นี่เวียร์ คีซัวก็อาจจะจัดงานอยู่กับเหล่าแวมไพร์ที่ซุกซ่อนอยู่ แต่ฟรีคกับเชย์ออนเนี่ยสิ ไปแอบกกเด็กเอาไว้ตั้งแต่ตอนไหนนะ แต่ก็ช่างมันเถอะ ใครจะไปสนใจล่ะ จะสนก็แต่ไม่มีคนอยู่เฝ้าเจ้าแวมไพร์นั่นน่ะสิ แล้วเขาก็แน่ใจมากด้วยว่าเจ้าแวมไพร์บ๊องนั่นไม่มีเด็กกกเอาไว้หรอก

 

               ทำไมน่ะหรอ..ก็เขาอยู่กับเจ้าแวมไพร์บ๊องนั่นตลอดเวลาที่มันลืมตาตื่นเลยน่ะสิ!

 

               เอาล่ะ! เข้าเรื่องของเราดีกว่า ผมรู้ดีว่า ‘พรุ่งนี้’ เป็น ‘วันคริสต์มาส’ แต่ว่านะ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับ ‘วันนี้’ ล่ะ? ก็จริงอยู่ที่ ‘วันนี้’ เป็น ‘วันคริสต์มาสอีฟ’ แต่วันที่สำคัญจริงๆคือพรุ่งนี้ไม่ใช่หรอ??? (ผู้แต่ง:ก็เขาไปหาซื้อของขวัญกันไงเซโง)

 

               เฮ้อ~ ช่างคนอื่นเถอะ แต่ว่านะ ก็เพราะสังหรณ์ใจไม่ค่อยดีนั่นแหละ ถึงได้รีบกลับมาดูเจ้าแวมไพร์บ๊องนั่นซะหน่อย ถึงกลางวันจะเป็นเวลานอนของมันก็เถอะ แต่จะอยู่คนเดียวได้แน่รึเปล่าน่ะสิ ไม่ใช่ว่าจะโดนพวกนักล่าค่าหัวใช้ช่องโหว่นี้แอบลอบเล่นงานหรอกนะ

 

               แต่ดูสิ พอเขากลับมาที่บริษัท จากที่เมื่อเช้าก่อนออกไปเขาก็ว่า บริษัทเงียบมากอยู่แล้ว ตอนนี้ดันเงียบกว่าอีก ก็เพราะมันไม่มีเสียงดิ้นขลุกขลักของเจ้าแวมไพร์บ๊องนั่นน่ะสิ ทั้งที่ปกติจะนอนดิ้นจนหัวโขลกโลงเป็นประจำ

 

               ...เงียบ...เงียบเกินไป...   ...ชักน่าสงสัยแฮะ...

 

               ว่าแล้วเซโงก็เดินไปเปิดฝาโลงแสนโทรม ซึ่งเป็นที่ซุกหัวนอนสุดรักของเจ้าแวมไพร์บ๊องนั่น

 

               และก็เจอกับ ‘ความว่างเปล่า’ ... ก็ไม่ผิดจากที่เขาคาดเอาไว้ละนะ แต่ว่าเจ้าแวมไพร์บ๊องนั่นจะมีธุระที่ไหนกันนะ ถึงได้ยอมอดหลับอดนอน แล้วลงทุนหนีเขาออกไปแบบนี้ เท่าที่จำได้ ตลอดเวลาที่เจ้าแวมไพร์บ๊องนั่นลืมตาตื่นจนกระทั่งเข้านอน มันก็อยู่กับเขาตลอดเวลานี่นา แล้วก็ไม่เห็นจะมีใครนัดไปไหนเลย ไคซาก็ไม่ได้ชวนไปที่สมาคมด้วย แล้วเจ้าแวมไพร์หลังเขาจะไปไหนได้

 

               แต่ที่น่าแปลกใจกว่าก็คือ... ‘เจนีส ซาลซ์’ แวมไพร์ผู้โลกรัก และรักโลก ออกไปข้างนอก ‘กลางวันแสกๆ!!’ แค่นั่งอยู่ข้างในบริษัทก็บ่นว่าร้อนแทบจะละลายจนกลายเป็น ‘โมโหร้อน’ บ่นๆๆแบบไม่หยุด จนลำบากเขาที่นั่งฟังจนหูชา ต้องไปหาน้ำแข็งมาให้ แล้วนี่ออกไปข้างนอก! ไม่ใช่ว่ากลายเป็นเถ้าถ่านไปแล้วรึ นี่ก็เย็นมากแล้วนะ ทำไมถึงยังไม่กลับมาอีก รึว่าจะไปมีเรื่องกับใครที่ไหน จะออกไปตามหาดีมั้ยเนี่ย แต่จะไปตามหาที่ไหนดีล่ะ ถ้าไปหาไคซา ฟรีค หรือว่าคีซัส เจ้าพวกนั้นก็ต้องโทรมาไม่ก็ส่งข้อความมาแจ้งเขาแล้ว แต่นี่ไม่มีการติดต่อมาเลย มีทางเดียวก็คือต้องนั่งรออยู่นี่แล้วถามเจ้าตัวเองละนะ เจ้าแวมไพร์บ๊องนั่นคงจะเอาตัวรอดได้ ก็ถ้าเจ้าแวมไพร์บ๊องนั่นเป็นอะไรไป เขาคงจะจับสัมผัสได้ อารมณ์ประมาณสายเลือดมันกรีดร้อง...ละมั้ง

 

               แล้วนี่ผมมาพล่ามอะไรซะยืดยาวเนี่ย เจนีสนะเจนีส กลับมาเมื่อไหร่ พ่อ(หรือผัว?)จะลงโทษซะให้เข็ดเลย เริ่มจากงดข้าวงดขนมซัก 2-3 มื้อเป็นไง หึหึหึ...  แล้วก็จะงดน้ำแข็งแถมยังจะไม่ให้ไปนั่งหน้าตู้เย็นอีกด้วย เอาให้ร้อนจนละลายกันไปข้างเลย หึหึหึหึหึ.....

 

               หืม..มาแล้วสินะ พวกคุณอย่าถามผมเลยว่าผมรู้ได้ยังไง ผมคงบอกได้แค่ว่า เพราะผมคือ เซโง เอนคาร์ แล้วเจ้าแวมไพร์บ๊องนั่นคือ เจนีส ซาลซ์ ละนะ เอาเป็นว่าผมรู้ก็แล้วกันน่า แล้วดูสิ มัวแต่ยึกยักไม่ยอกเข้ามาซักที ..เอาละนะ.. 3..2..1..

 

                “ปัง / ไปไหนมา!” หืม..ถามแค่นี้ทำเป็นหน้าซีด ตกใจละสิที่วันนี้ผมกลับมาเร็ว นายโดนจับได้แล้วเจนีส ไหนขอดูหน่อยซิ ว่านายจะแก้ตัวยังไง

 

                “ทะ..ทำไมวันนี้กลับมาเร็วจังล่ะ เซโง” เจ้าแวมไพร์บ๊องพูดเสียงสั่นเชียว กลัวโดนลงโทษขนาดนั้นเลยหรอ แล้วที่พูดออกมานั่น คิดจะเปลี่ยนเรื่องใช่มั้ย ไม่ได้ผลหรอกเจนีสเอ๋ย

 

                “...นายยังไม่ตอบคำถามฉันเลยนะ นายไปไหนมา เจนีส ซาลซ์” อา..เขาแค่อยากแกล้งคนตรงหน้านิดหน่อย เลย ‘จงใจ’ เรียกชื่อไปซะเต็มยศ ไม่คิดว่าเจ้าแวมไพร์บ๊องนั่นจะหน้าซีดได้ซะขนาดนี้ แต่เดิมก็ว่าซีดแล้วนะ ตอนนี้ยังซีดได้อีกแฮะ เฮ้อ~ กลัวอะไรเขานักหนานะ เขามีอะไรน่ากลัวนักหรอ?

 

                “อะ..เอ่อ” เอ่อ อะไร? มีอะไรจะพูดก็พูดมาสิ

 

                “ฉัน...” นี่จะมัวอ้ำอึ้งไปถึงเมื่อไหร่

 

                “ฉัน?” คำนี้เขาพูดเองแหละ ก็อีกฝ่ายมัวแต่ยึกยัก จะพูดก็ไม่พูด เสียเวล่ำเวลาไปเปล่าๆ เลยเร่งซักหน่อย ดูสิ เดินก้มหน้าก้มตามาทางนี้แล้ว

 

                “ฉันให้นาย!” อยู่ๆเจนีสก็ยื่นถุงอะไรซักอย่างมาทางเขา

 

                “ให้ฉัน?” จริงดิ!? เจ้าแวมไพร์บ๊องนั่นมีของมาให้เขา! ตกใจหมดเลย แต่ว่านะ คงไม่ได้แกล้งกันใช่มั้ย ของในถุงนั่นเป็นของอันตรายรึเปล่านะ แต่พอดูดีๆ นั่นมันถุงขนมเค้กนี่หว่า แต่ว่า... “ให้ฉัน?..เนื่องในโอกาส?”

 

                “ก็เออสิ ฉันให้นาย ตอนแรกกะจะให้วันพรุ่งนี้ซะด้วยซ้ำ ก็พรุ่งนี้เป็นวันคริสต์มาสไง แต่นายเล่นเค้นกันแบบนี้ ขืนฉันไม่บอก มีหวังชะตาขาดแน่ ดูซิ เลยไม่เซอร์ไพรส์เลย เห็นมั้ย” เจ้าแวมไพร์บ๊องเริ่มพล่ามแล้วแฮะ ท่าทางจะหงุดหงิดเอามากๆ แล้วเอาถุงขนมมายัดใส่มือคนอื่นเขาเนี่ย เคยถามเขาบ้างไหมว่าอยากได้รึเปล่า แต่ก็เอาแถอะ..เจนีสอุตส่าห์เอามาให้นี่นา

 

                “ขอบใจ” คนเขามีน้ำใจเอาของมาให้ก็ต้องขอบคุณ ผมรู้จักคำว่า ‘มารยาท’ ดีน่า ผมเอาถุงขนมที่โดนยัดเยียดมาวางไว้บนโต๊ะ แล้วก็มองเจ้าแวมไพร์บ๊องที่ยังยืนบื้อไม่ยอมขยับไปไหน ผมรับของมาก็พูดขอบคุณไปแล้ว ข้าวเย็นผมก็ทำใส่จานวางไว้ให้แล้ว ทำไมถึงไม่ยอมไปกินล่ะ ยังไม่หิวหรอ? หรือกินมาจากข้างนอกแล้ว?

 

                “เอ่อ..เซโง ไม่กินหรอ” เจ้าแวมไพร์บ๊องนั่นก็ถามมาได้นะ เขาเคยบอกไปแล้วไม่ใช่หรอว่า เขาเกลียดของกวานเสียยิ่งกว่าอะไรดี เว้นแต่ ‘ตัวหวานๆ’ ของคนตรงหน้านี้ล่ะนะ หึหึ...

 

                “นายก็รู้ว่าฉันไม่ ช.อ..บ...”

 

                “งั้นฉันขอนะ!” เห้ย เขายังพูดไม่ทันจบเลย ไม่ได้นะ ให้เขาแล้วก็ต้องให้เลยสิ นี่ดีนะที่เขาปฏิกิริยาว่องไว คว้าถุงขนมมาได้ก่อนที่มือเล็กๆนั่นจะเอื้อมมาถึง

 

                “ฉันบอกแค่ว่า ‘ไม่ชอบ’ ไม่ได้หมายความว่า ‘ไม่กิน’ ซักหน่อย” อะไรกันๆ โดนดักคอแค่นี้ถึงกับหน้าหงอยไปเลยหรอ อันที่จริงเขาก็ไม่ใช่คนใจร้ายอะไรซักหน่อย ก็แค่รู้ทันแล้วอยากแกล้วคนตรงหน้านิดหน่อยก็เท่านั้นเอง แต่ก็ไม่นึกว่าเจ้าแวมไพร์บ๊องจะซึมได้ถึงขนาดนี้..

 

               พลันสายตาเซโงก็เหลือบไปเห็นของบางอย่างที่ไม่ใช่ขนมเค้ก แต่ดันไปอยู่ในถุงขนมเค้ก ของชิ้นนั้นมีป้ายแปะไว้ว่า ‘ของแถมพิเศษจากทางร้าน ขอบคุณที่ใช้บริการครับ’ หึหึหึ..คิดอะไรดีๆออกแล้วล่ะ...

 

                “ก็ได้”  “หืม?” เจ้าแวมไพร์บ๊องทำหน้างงอะไรกัน หรือว่าเขาพูดสั้นไป ไม่เคลียร์งั้นหรอ งั้นพูดใหม่ก็ได้

 

                “ก็ถ้านายอยากกินนัก ‘เรา’ ก็จะ ‘กินกัน’ ”

 

               ใช่... ‘ของขัญสุดพิเศษ’ ที่ ‘คนพิเศษ’ มอบให้ เนื่องใน ‘โอกาสพิเศษ’ ก็ต้อง ‘กินกันแบบพิเศษๆ’ หน่อยล่ะ เสียก็แต่เจ้าแวมไพร์สมองช้านี่ละนะ ที่ทำตาเป็นประกายไม่ได้รู้เรื่องอะไรกับเขาเล๊ย~ เซโงคนนี้ก็หวังว่าจะได้เห็นอะไรดีๆจากของแถมชิ้นนี้ละนะ …‘น้ำผึ้งสีเหลืองทอง’ งั้นหรอ... หึหึหึ..คงหวานน่าดูสินะ.......

_____________________________________________________________________

 

เป็นไงบ้าง.....  สนุกกันมั้ยเอ่ย???

มีใครสังเกตมั้ยว่ามันเริ่มยาวขึ้นทุกตอนแล้ววว~ >w<)~

ตอนหน้าก็ตอนจบแล้วน้า อยากได้กันยาวขนาดไหนดีเอ่ย ...

เม้นต์ "ติ" ได้ "ชม" ก็ได้นะ นะ นะ 

เจอกันพรุ่งนี้คริสต์มาสอีฟจ้า ^^

[One-Shot] Sweet Christmas Eve [2/4]

posted on 20 Dec 2013 23:01 by ilovetoon directory Fiction
>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>คำเตือน<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<
ฟิคนี้เป็นฟิค Yaoi (ชxช) ใครไม่ใช่แนว เชิญปิดเลยนะ
 
เรามาต่อกันเลยดีกว่าเนอะ ^^
 
__________________________________________________________
 
Vampire Company Fanfic
Title : Sweet Christmas
Author : mamon18717
Pairing : Zeingo x Jeneze
Rating : ???
 
 

               ---2/4---

               หลังจากที่เจนีส ซาลซ์รับถุงเค้กมาแล้ว เขาก็รีบกลับบริษัท Vampire Company อันเป็นที่พักแห่งเดียวของเขา เขาตัดสินใจแฝงตัวเข้ากับเงาของตึก แล้วใช้ความเร็วชนิดที่คนทั่วไปไม่อาจมองทัน เหตุเพราะเขาแอบออกมาตอนที่ ‘เจ้านั่น’ ออกไปทำงานอยู่น่ะสิ และอีกประเดี๋ยวก็จะเป็นเวลาเย็นที่ ‘เจ้านั่น’ จะกลับแล้วด้วย ไม่อยากจะคิดเลยถ้า ‘เจ้านั่น’ จับได้ว่าเขาแอบออกไปข้างนอก จะโดนงดอาหารไปอีกกี่มื้อ แค่คิดก็เศร้าแล้ว กระซิก กระซิก ..

               เอาล่ะมาถึงหน้าบริษัทแล้ว เจนีสกำลังคิดว่าจะรีบเข้าไปข้างในแล้วตรงดิ่งไปนอนเนียนๆในโลงของตนทันที แต่ก่อนจะเข้าไป ขอเอาหูแนบประตูตรวจสอบเพื่อความแน่ใจก่อนเถอะว่า ‘เจ้านั่น’ ยังไม่กลับ

 

               เงียบ...

 

                ‘เจ้านั่น’ ยังไม่กลับมาสินะ งั้นก็ทางสะดวก จะเข้าไปละ 3..2..1..

 

                “ปัง / ไปไหนมา!” พลันเจนีสเปิดประตูเข้าไปก็เจอคำถามสวนกลับมาทันควัน เจนีสได้แต่หน้าซีดเผือดเมื่อเห็น ‘เจ้านั่น’ นั่งอยู่บนเก้าอี้ตรงหน้า มีเพียงโต๊ะเก่าๆเพียงตัวเดียวเท่านั้นที่ขวางกั้นพวกเขาไว้

 

                “ทะ..ทำไมวันนี้กลับมาเร็วจังล่ะ เซโง” เจนีสถามด้วยน้ำเสียงสั่นเทา ใช่... ‘เจ้านั่น’ ที่เจนีสพูดถึงก็คือ ‘เซโง เอนคาร์’ ผู้นี้เนี่ยแหละ

 

                “...นายยังไม่ตอบคำถามฉันเลยนะ นายไปไหนมา เจนีส ซาลซ์” คนถูกเรียกชื่ออย่างเต็มยศถึงกับสะดุ้งเฮือก แต่ยังคงยืนแข็งนิ่งต่อไป

 

               เพราะอะไรกันนะ... เพราะสายตาคมกริบนั่น เพราะใบหน้าอันเรียบเฉยนั่น หรือเพราะน้ำเสียงอันเรียบนิ่ง แถมยังบรรยากาศกดดันนั่นกันนะ ที่ทำให้แวมไพร์ผู้มีใบหน้าขาวซีดนั้น ซีดลงไปได้อีก และไม่ว่าจะพยายามหาเหตุผลอื่นอีกซักมากมาย ก็คงไม่พ้น...

 

               ...เพราะทุกอย่างที่เป็น ‘เซโง เอนคาร์’…

 

               ทั้งโครงหน้าที่เรียวได้รูป ผมสีดำทมิฬ ดวงตาคมกริบ ไหนจะดวงตาสีนิลนั่นอีก ที่ช่วยขับให้ชายตรงหน้าดูลึกลับและ... ‘น่ากลัว’ ยิ่งขึ้นไปอีก

 

                “อะ..เอ่อ” นานทีเดียวกว่าแวมไพร์ตนนั้นจะหาเสียงของตัวเองเจอ

 

                “ฉัน...”   “ฉัน?” เจนีสกระสับกระส่ายไปมา นอกจากจะหาข้ออ้างไม่ได้แล้ว ยังโดนกดดันแบบสุดๆอีก เอาวะ เรื่องเซอร์ไพรส์เอาไว้ปีหน้ายังทัน ตอนนี้เอาชีวิตตัวเองให้รอดก่อนดีกว่า เมื่อคิดได้ดังนั้น เจนีสจึงยอมสารภาพความจริง เขาเดินไปหยุดอยู่ตรงข้างๆเก้าอี้ที่เซโงนั่ง ก้มหน้าเล็กน้อยเพราะความกลัวที่ทำให้ไม่กล้าสบตาคนตรงหน้า

 

                “ฉันให้นาย!” เจนีสตะโกนเสียดัง แถมยังยื่นถุงขนมให้คนตรงหน้าอย่างแรง แต่หารู้ไม่ ภายในใจมันเต้นตุ้มๆต่อมๆจนแทบจะระเบิดออกมาอยู่แล้ว

 

                “ให้ฉัน?” ดวงตาสีนิลแอบเบิกกว้างกว่าเดิมเล็กน้อย ก่อนจะหลี่ลงไป เพราะเกรงว่าคนตรงหน้าจะจับได้ “ให้ฉัน?..เนื่องในโอกาส?”

 

                “ก็เออสิ ฉันให้นาย ตอนแรกกะจะให้วันพรุ่งนี้ซะด้วยซ้ำ ก็พรุ่งนี้เป็นวันคริสต์มาสไง แต่นายเล่นเค้นกันแบบนี้ ขืนฉันไม่บอก มีหวังชะตาขาดแน่ ดูซิ เลยไม่เซอร์ไพรส์เลย เห็นมั้ย” แวมไพร์น้อย(?)พล่ามออกมาด้วยแววตาขุ่นมัว แล้วยัดถุงขนมเค้กเข้ากับมือของอีกฝ่ายที่ไม่ยอมรับไปเสียที

 

                “ขอบใจ” เซโงกล่าวแค่นั้น แล้วก็นำถุงขนมเค้กวางลงบนโต๊ะ ...นิ่งๆ... แค่วางเอาไว้ ‘นิ่งๆ’ เท่านั้นแหละ ไม่ได้หยิบมากินหรือดี๊ด๊าเปิดดูข้างในเลยแม้แต่นิด

 

                “เอ่อ..เซโง ไม่กินหรอ” แม้ตอนแรกเจนีสจะแปลกใจที่เซโงกล่าวขอบคุณตน แต่ความแปลกใจนั้นก็ถูกกลบด้วยอาการ ‘นิ่ง’ ของคนตรงหน้า เจนีสจึงอดที่จะเอ่ยถามไม่ได้ล่ะนะ

 

                “นายก็รู้ว่าฉันไม่ ช.อ..บ...”

 

                “งั้นฉันขอนะ!” ยังไม่ทันที่เซโงจะพูดจบประโยคดี เจนีสก็รีบพูดแทรก ทั้งยังเอื้อมมือไปคว้าถุงขนมเค้กแทบจะทันที

 

               แต่อนิจจา...

 

               เซโงนั้นไวกว่ามาก เขาคว้าถุงขนมเค้กกลับก่อนที่เจนีสจะเอื้อมมือไปถึง

 

                “ฉันบอกแค่ว่า ‘ไม่ชอบ’ ไม่ได้หมายความว่า ‘ไม่กิน’ ซักหน่อย” เมื่อเจนีสได้ยินดังนั้นจึงหน้าหงอยลงไปถนัดตา

 

               แต่ก็เหมือนสวรรค์เห็นใจ

 

                “ก็ได้”

 

                “หืม?” เหมือนเจนีสจะหูแว่วไปนะ เหมือนเมื่อกี้เซโงจะพูดอะไร แต่ท่าทีนิ่งๆนั่น ทำให้เจนีสคิดไปเองว่าตนหูแว่ว

 

                “ก็ถ้านายอยากกินนัก ‘เรา’ ก็จะ ‘กินกัน’ ” พลันสิ้นเสียงนั้น ตาเจนีสก็เป็นประกายวิบวับขึ้นมาเลยล่ะ! ไม่ได้รู้เรื่องอะไรกับเขาเล๊ย~ ก็เซโงคนนั้นหวังว่าจะได้เห็นอะไรดีๆจากของแถมชิ้นนั้นไงล่า~ ...ก็ ‘น้ำผึ้งสีเหลืองทอง’ ของแถมจากทางร้านเบเกอร์รี่ชื่อดังร้านนั้นไง~ ฮุฮุ..คงจะหวานน่าดูสิน้า~

 
_________________________________________________________________
 
วอนช่วยเม้นต์ๆกันหน่อยนะ นะ นะ
 
และเหมือนเดิมฮะ ตอน 3 รอพรุ่งนี้นะ ^^

[One-Shot] Sweet Christmas Eve [Yaoi] [1/4]

posted on 20 Dec 2013 21:25 by ilovetoon directory Fiction
>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>คำเตือน<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<

ฟิคนี้เป็นฟิค Yaoi (ชxช) ใครไม่ใช่แนว เชิญปิดเลยนะ
 
แต่เดิมเป็นแฟนฟิคจากเรื่อง Vampire Company นิยายของEnter แต่แต่งไปแต่งมา หลุดคาแรกเตอร์ซะงั้น คิดซะว่าเป็นฟิคออริไปก็ได้นะ แต่งสนองนี๊ทล้วนๆ อิอิ ขอเชิญมีความสุขกับการอ่านนะ ^^
 
____________________________________________________________
 
 
Vampire Company Fanfic
Title : Sweet Christmas
Author : mamon18717
Pairing : Zeingo x Jeneze
Rating : ???
 
 
 

               Intro

 

               “พรุ่งนี้ก็จะเป็น ‘วันนั้น’ แล้วสินะ ซื้อเค้กไปให้ ‘เจ้านั่น’ ดีกว่า ของเกลียดของเจ้านั่นเลยล่ะ แล้วที่นี้ฉันก็จะได้แสดงน้ำใจด้วยการกินแทนไงล่ะ ฮ่าๆๆ”

 

                “หืม... ‘เจ้าบ๊อง’ นั่นซื้อเค้กมาให้เขา? อ้อที่แท้ก็อยากกินเอง แต่ใครจะยอมให้กินคนเดียวง่ายๆล่ะ ‘ของขวัญสุดพิเศษ’ จาก ‘คนพิเศษ’ ก็ต้องกินแบบ ‘พิเศษๆ’ หน่อยสิ  รับรอง...งานนี้สนุกแน่ หึหึหึ...”

 

 

 

 

               ---1/4---

 

               สวัสดีครับ ผม ‘เจนีส ซาลซ์’ แวมไพร์ผู้โลกรัก และรักโลกครับ อ้อ ไม่สิ เดี๋ยวนี้ต้องพ่วง ‘รักเจ้านั่น’ เข้าไปด้วยสินะ เอ๊ะ อะไรนะ ถามว่า ‘เจ้านั่น’ คือใครงั้นหรอ ผมไม่บอกหรอกนะ เพราะอีกเดี๋ยวพวกคุณก็รู้ ตามผมมา...

 

                “ยินดีต้อนรับคร๊าบ~” เสียงจากเหล่าพนักงานร้านเบเกอร์รี่ชื่อดังกล่าวอย่างพร้อมเพรียง พร้อมทั้งมอบรอยยิ้มแสนอบอุ่นให้แก่ลูกค้าคนใหม่ที่เพิ่งก้าวเข้ามา แม้ว่าเหล่าพนักงานน้อยใหญ่จะนึกฉงนใจว่า เหตุใดคุณลูกค้าถึงได้แต่งตัวซะมิดชิดมาขนาดนี้ แต่เมื่อเจนีสถอดหมวกและแว่นตาดำออก ทั้งยังโปรยรอยยิ้มทรงเสน่ห์ เหล่าพนักงานจึงรับรู้ได้ถึงความปลอดภัยและไร้พิษสงของลูกค้าผู้นี้ แล้วหันกลับไปบริการลูกค้าคนอื่นต่อ

 

               วันนี้ที่ร้านคึกครื้นเป็นพิเศษ เหตุเพราะ ‘คืนพิเศษ’ ที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้ ทำให้ใครหลายๆคนต้องการ ‘ของขวัญสุดพิเศษ’ ไปมอบให้แด่ ‘คนพิเศษ’ ของตน

 

               หืม...พรุ่งนี้วันอะไรงั้นหรอ ก็คริสต์มาสอีฟไงล่ะ ผมลืมบอกพวกคุณไปหรอ อ่า...’โทษทีๆ แล้วตอนนี้ผมก็มองหาขนมเค้กน่ารักๆไปให้ ‘เจ้านั่น’ อยู่น่ะสิ ความจริง ‘เจ้านั่น’ ก็ไม่ค่อยจะชอบขนมหวานซักเท่าไหร่หรอก

 

               ใช่...ผมรู้ความจริงข้อนี้ดีเลยล่ะ ถึงได้เลือกซื้อขนมเค้กไปให้ ‘เจ้านั่น’ ไง ก็แค่ให้พอเป็นพิธีล่ะนะ เพื่อตอบแทนที่คอยเลี้ยงดูเขา คอยหาอาหารมาให้ อย่างกับเขาเป็นสัตว์เลี้ยงตัวน้อยๆที่ดูแลตัวเองไม่ได้อย่างนั้นแหล่ะ ไม่!ๆๆ เพื่อตอบแทนที่คอยช่วยเหลือเขากับคูฟ ก็แค่นั้นแหละ!!

 

               แล้วก็นะ...ยังไงซะ ‘เจ้านั่น’ ก็ไม่คิดจะกินเค้กที่เขาซื้อไปให้หรอกแล้วเจนีส ซาลซ์คนนี้ล่ะ จะเสียสละกินให้เอง

 

               โอ๊ย...แค่คิดน้ำลายก็แทบจะไหลแล้ววว

 

               อ๊ะ! ฉันเปล่าเห็นแก่กินซะหน่อย!!

 

               กลับไปสนใจเค้กตรงหน้าดีกว่า ไหนดูซิ มีเค้กอะไรน่ากินบ้างน้า~

 

               โอ๊ย ชักจะตาลายแล้ว ก็เค้กที่อยู่ตรงหน้าดันมีจำนวนนับไม่ถ้วนนี่สิ แถมยังน่ากินไปหมดอีกต่างหาก ไม่ได้การละ ขืนจ้องนานกว่านี้ เขานี่ละจะหมดความอดทนแล้วกระโจนไปคว้ามากินจนเกลี้ยงเป็นแน่

 

               งั้นเอาเป็นชิ้นข้างหน้านี้ละกัน

 

                “เอาชิ้นนี้ครับ” เจนีส ซาลซ์หันไปบอกพนักงานพร้อมชี้ไปยังเค้กที่อยู่เบื้องหน้า เค้กชิ้นนั้นถูดปาดด้วยเนื้อครีมขาวเนียนเสียหนา และสิ่งที่โดดเด่นยิ่งไปกว่าของเค้กชิ้นนี้ ก็คือ เจ้าสตรอว์เบอร์รี่สีแดงสดลูกเบ้อเริ่มที่อยู่ข้างบน มันส่องประกายวิบวับ ชวนให้น่าลิ้มลองเสียจริง

 

                “ขอบคุณครับ โอกาสหน้าเชิญแวะมาอีกนะคร๊าบ...” พนักงานกล่าวขอบคุณและยื่นถุงขนมเค้กให้แก่เจนีส ซึ่งเจ้าตัวก็ไม่ทันได้สังเกตเห็นสิ่งแปลกปลอมอีกอย่างในถุงขนมเค้กนั่น ...ก็ไม่ใช่ของที่มีพิษมีภัยอะไรหรอกนะ ก็แค่ของแถมพิเศษเล็กๆน้อยๆของทางร้านที่จัดขึ้นเป็นพิเศษเพื่อสองวันนี้โดยเฉพาะน่ะ ส่วนจะเป็นอะไรนั้นขออุบเอาไว้ก่อนนะ อิอิ...

________________________________________________________________________

 
 อ่านจบแล้วยังไงก็ช่วย เม้นต์ ติ-ชม ได้นะ นะ นะ 
 
ตอนต่อไป รอพรุ่งนี้ได้เลยจ้า ^^

Happy New Year 2013

posted on 01 Jan 2013 11:18 by ilovetoon directory Cartoon, Diary, Idea
และแล้วก็มาถึง เอนทรี่สุดโหล
 
อยากบอกทุกคนว่า.....
 
 
 
สุขสันต์วันปีใหม่จ้า~า
 
 
 
 
ก็ขอให้เป็นปีที่ดีนะ ^^
 
 
เอารูป+กลอนมาฝากล่ะ   แปะ!
 
 
 
ก้าวข้ามพ้น วันคืนเก่า อันเศร้าหมอง
 
เหล่าพวกพ้อง ต่างพา กันสุขสันต์
 
ร่วมฉลอง กันอีกหนึ่ง วันสำคัญ
 
มาเร็วพลัน มาฉลอง ยันปีหน้า
 
 
ขึ้นปีใหม่ เรามา เป็นผู้ให้
 
ให้ทั้งใจ ให้รอยยิ้ม กันทั่วหล้า
 
ให้ความสุข ความสนุก แสนสำราญ
 
มาเริงร่า ต้นปีใหม่ ยันสิ้นปี
 
 
 
ปีที่ผ่านมา มีอะไรเกิดขึ้นมากมาย ทั้งที่ดีและไม่ดี
 
แต่มัน   คือ ส่วนหนึ่งของชีวิต
 
            คือ เศษเสี้ยวของความทรงจำ 
 
            คือ ประสบการณ์อันล้ำค่า
 
            คือ บทเรียนเเห่งชีวิต
 
            คือ สิ่งที่ทำให้ "เรา" เป็น "เรา" อย่างทุกวันนี้
 
 
อยากขอบคุณทุกคน ขอบคุณทุกคอมเม้นต์ ขอบคุณทุกวิว ขอบคุณผีบล็อก
และที่สำคัญ ขอบคุณ EXTEEN สำหรับพื้นที่แบ่งปันความสุขแห่งนี้
 
อ้อ ... ขอขอบคุณ การ์ดทุกใบ และ ของขวัญทุกชิ้น ด้วยนะ ^^
 
 
~HAPPY NEW YEAR~