[One-Shot] Sweet Christmas Eve [4/4] End

posted on 24 Dec 2013 19:04 by ilovetoon directory Fiction
>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>คำเตือน<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<
 
ฟิคนี้เป็นฟิค Yaoi (ชxช) ใครไม่ใช่แนว เชิญปิดเลยนะ
 
 
 
ต่อๆๆตอนจบแล้วจ้า ^^
 
__________________________________________________________
 
Vampire Company Fanfic
Title : Sweet Christmas
Author : mamon18717
Pairing : Zeingo x Jeneze
Rating : ???
 
 

               --4 End--

               หลังจากที่ทั้งคู่ได้ข้อสรุปแล้ว ก็ถึงขั้นตอนการกินละนะ เซโงจัดการนำกล่องเค้กออกมาจากถุงแล้ววางไว้กลางโต๊ะ แอบขำคนข้างๆเบาๆ ก็เพราะว่าเจนีสเป็นคนซื้อมาเอง แต่กลับทำหน้าตื่นเต้นเหมือนกับ ‘เปิดกล่องของขวัญที่ได้รับมา’ เลยนะสิ

 

               เมื่อเจนีสเห็นมือเซโงไม่ยอมขยับเปิดกล่องซักที ก็เงยหน้าไปมองหน้าเซโงด้วยความหงุดหงิด เซโงเห็นดังนั้นก็พยักหน้าไปหนึ่งที เป็นเชิงว่า ‘เข้าใจ’ แล้วลงมือเปิดฝากล่องออก

 

               “เป็นไงบ้างเซโง น่ากินมั้ย” ทันทีที่ฝากล่องถูกเปิดออก เผยให้เห็นเค้กสีขาวบริสุทธิ์ภายใน ซึ่งถูกแต่งแต้มสีสันด้วยสตรอว์เบอร์รี่สีแดงสดลูกใหญ่

 

               เจนีสยืนรอคำตอบจากเซโงด้วยใจลุ้นระทึก จ้องหน้าเซโงตาไม่กระพริบ เมื่อเซโงเห็นสีหน้าคาดหวังจากคนข้างๆก็อดเอาใจไม่ได้ ก็ใครให้เจนีสทำหน้าตาน่ารักขนาดนั้นล่ะ

 

               “น่ากินสิ” เซโงเอ่ยปากตอบคำถามนั่น แต่จะมีใครเล่าจะล่วงรู้ความในใจว่าที่เขาเอ่ยไปนั้น หมายถึงเค้กซะที่ไหนกัน!

 

               “เย้~ งั้นกินกันเลยนะ” ทันทีที่เซโงเอ่ยชม เจนีสก็ยิ้มร่า เป็นรอยยิ้มที่ทำให้เซโงเห็นโลกทั้งใบสดใสขึ้นมาทันตาเลยล่ะ เล่นเอาหัวใจเซโงเต้นผิดจังหวะกันเลยทีเดียว และเซโงก็อดที่จะยิ้มตามไม่ได้

 

               เซโงจัดการเลื่อนเค้กไปไว้ที่ริมโต๊ะ แล้วหันไปพูดกับเจนีส

 

               “นั่งสิ”

 

               “นั่ง?”

 

               “ก็ขึ้นมานั่งบนโต๊ะนี่ไง หรือนายจะยืนกินงั้นหรอ? อ๊ะ..อย่าบอกนะว่า ‘อยากนั่งตักฉัน’ น่ะ เอาสิ เชิญ” เซโงไม่เพียงแค่พูดเท่านั้น เขายังเอามือตบลงไปที่ตักของตัวเองอีกต่างหาก พร้อมทั้งโปรยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ใส่เจนีส คนโดนแกล้งหน้าขึ้นสีทันที

 

               “จะ..จะบ้าหรอ!” เจนีสตะโกนกลบเกลื่อนความอาย แล้วขยับตัวขึ้นไปนั่งบนโต๊ะแทนที่เค้กเมื่อก่อนหน้านี้ ทำให้ในตอนนี้ ทั้งคู่อยู่ในสภาพที่นั่งหันหน้าเข้าหากัน แถมระดับสายตายังพอดีกันอีกต่างหาก ส่งผลให้ทั้งสองจำต้องสบสายตากันอย่างเลี่ยงไม่ได้

 

               “กินซักทีสิ” เจนีสบอกเซโงที่มัวแต่นั่งมองหน้าเขาด้วยสายตา...กรุ้มกริ่ม เจนีสเขินจนไม่รู้จะเขินยังไงแล้ว เขาอยากจะมุดแผ่นดินหนีไปซะตรงนี้เลย เสียแต่เจ้าเค้กที่วางอยู่ข้างๆนี่น่ะสิ ที่ทำให้เจนีสยังรั้งตัวเองให้ยังอยู่ตรงนี้ แม้จะอยากกินมากขนาดไหน แต่เจนีสก็ยังมีมารยาทพอ รอให้เจ้าของกินก่อน

 

               เซโงหยิบสตรอว์เบอร์รี่ลูกโตขึ้นมาหนึ่งลูก แล้วเอาจ่อไปยังริมฝีปากอิ่มของเจนีส

 

               “นายก็กินก่อนสิ” เจนีสบอกกับเซโง เมื่อเห็นเซโงยื่นสตรอว์เบอร์รี่มาให้

 

               แต่เซโงกลับเพียงสายใบหน้าเปื้อนยิ้มเบาๆเท่านั้น แถมยังยื่นสตรอว์เบอร์รี่ลูกนั้นให้สัมผัสกับริมฝีปากอิ่มนั่นอีกต่างหาก ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ ที่เซโงทำตัวอ่อนโยนกับเจนีสถึงเพียงนี้

 

               ตอนนี้เจนีสเริ่มเข้าใจคนตรงหน้าแล้วล่ะ ‘เซโงแค่อยากให้เขากินก่อนนี่เอง’ เจนีสคิดได้ดังนั้นก็เอื้อมมือไปหยิบสตรอว์เบอร์รี่ในมือเซโง แต่เซโงกลับชักมือกลับ แล้วยื่นไปที่ปากเจนีสอีกครั้ง

 

               และเมื่อแวมไพร์หัวช้าแปลความหมายของการกระทำนั่นได้ แม้จะงงอยู่บ้าง แต่ก็ยอมทำตามแต่โดยดี เจนีสจัดการงับสตรอว์เบอร์รี่ลูกโตเขาปากภายในคำเดียวจนแก้มบวมตุ่ย

 

               ทุกๆการกระทำของเจนีสล้วนตกอยู่ในสายตาของเซโงทั้งสิ้น ชนิดที่ว่าไม่มีสิ่งใดหลุดรอดสายตาเซโงไปได้เลย ตั้งแต่แรกเริ่มที่ริมฝีปากอวบอิ่มสัมผัสกับสตรอว์เบอร์รี่ฉ่ำ ความเปล่งประกายเงาวับของลูกสตรอว์เบอร์รี่ช่วยขับให้ริมฝีปากนั้นเงาเป็นประกายเช่นกัน ยามเจนีสขบริมฝีปากเบาๆเมื่อได้รับรสเปรี้ยว และทำหน้าเคลิ้มเมื่อได้รับรสหวานคละเคล้ามา จนใบหน้าขาวซีดเริ่มอมชมพูระเรื่อ

 

               กระทั่งเมื่อเจ้าตัวกลืนสตรอว์เบอร์รี่ลูกยักษ์ลงไปหมดแล้ว แต่ก็ยังเลียริมฝีปากอิ่มของตนอย่างช้าๆเป็นการทิ้งท้าย เล่นเอาเซโงที่นั่งมองอยู่แทบคลั่ง เจนีสจะรู้ตัวมั้ยนะ ว่าการกระทำของตัวเองไปปลุกสัญชาตญาณดิบในตัวร่างสูงขึ้นมาซะแล้ว... อดทนไว้เซโง.. อดทนไว้... อดเปรี้ยวไว้กินหวานดีกว่านะ หึหึหึ...

 

               “นายก็กินบ้างสิเซโง อร่อยนะ” เมื่อเจนีสกินเสร็จ ก็ได้เวลาใส่ใจคนรอบข้างบ้าง

 

               “ป้อนฉันสิ” ถึงจะไม่รู้ว่าเป็นคำร้องขอหรือคำสั่งจากเซโง แต่เจนีสก็ทำตามเสียงนั้น ก็ทีเซโงยังป้อนเขาได้ แล้วทำไมเขาจะป้อนให้เซโงบ้างไม่ได้ล่ะ

 

               เจนีสหันไปหยิบสตรอว์เบอร์รี่ขึ้นมาป้อนให้คนตรงหน้า เซโงแอบยิ้มมุมปากเล็กน้อยก่อนจะก้มลงไปงับสตรอว์เบอร์รี่ในมือเล็กนั่น แต่ก็ยังไม่วายงับนิ้วเล็กนั่นเข้าไปด้วย เจนีสสะดุ้ง รีบชักมือกลับทันที

 

               หึหึ.. เซโงขำเบาๆให้กับท่าทางร้อนรนนั้น เขาเอื้อมมือไปคว้ามือเล็กๆของคนตรงหน้า แม้เจนีสจะขัดขืนด้วยการชักมือกลับ แต่มีหรือที่ ‘คนตัวเล็กๆที่วันๆอยู่แต่ในบริษัท’ จะไปสู้ ‘คนตัวโตกว่า แถมยังเป็นนักล่าค่าหัว ออกหาเหยื่อทุกวี่วัน’ ได้ เมื่อคนตัวเล็กเห็นว่าขัดขืนไปก็เปล่าประโยชน์ จึงยอมให้โงดึงมือเขาไปแต่โดยดี

 

               แผละ!

 

               “เฮ้ย! จะทำอะไรน่ะ มันเปื้อนนะ!” เจนีสร้องเสียงหลงเมื่อเซโงดึงมือเล็กไปจุ่มกับหน้าเค้กสวย

 

               “หลบไป ฉันจะไปล้าง” เจนีสใช้มืออีกข้างที่ไม่เปื้อน ดันตัวเซโงออกเบาๆเพื่อขอทาง หากแต่ร่างสูงกลับไม่ให้ความร่วมมือเลยแม้แต่นิด ซ้ำยังเขยิบเข้ามาใกล้อีกด้วย

 

               เจนีสได้แต่ทำหน้ามุ่ยใส่ เพราะจะขัดขืนก็ดูจะเสียเปรียบกว่าอีกล่ะ ทั้งขนาดตัว แถมยังประสบการณ์โชกโชนของร่างสูงนั่นอีก แล้วยังมือข้างที่เปื้อนก็ยังถูกมือหนาจับเอาไว้อยู่ แม้จะไม่เห็นหนทางชนะ แต่เจนีสก็ไม่ยอมแพ้ ใช้สายตาฟาดฟันเซโงต่อไป เสียแต่สีหน้าหงุดหงิดนั่น ร่างสูงกลับมองว่า ‘น่ารัก’ น่ะนะ

 

               ยิ่งเซโงเห็นเจนีสทำหน้าไม่พอใจใส่ เซโงก็ยิ่งอยากแกล้ง เซโงแลบลิ้นเลียเนื้อครีมที่ติดอยู่บนนิ้วเล็กๆ ทีละนิ้ว..ทีละนิ้วอย่างช้าๆ เขาทั้งเลีย ทั้งขบ ทั้งดูดนิ้วขาวๆนั่น ราวกับกำลังลิ้มรสขนมหวานชั้นเลิศก็ไม่ปาน ฝ่ายถูกกระทำนั้นได้แต่ตะลึงกับการกระทำของร่างสูง ทุกๆสัมผัสจากลิ้นเรียว ส่งผลให้ร่างเล็กใจหวิวๆ

 

               พลันสบตากัน เจนีสรับรู้ได้ถึงสายตาร้อนแรงของร่างสูงที่ไม่ได้ละไปจากใบหน้าของเขาเลยแม้แต่นิด เจนีสรับรู้ได้ถึงใบหน้าอันร้อนผ่าวของตน แต่จะขัดขืนก็ทำไม่ได้ ทำได้เพียงหลับตาปี๋ เพื่อหลบสายตาร้อนแรงตรงหน้า

 

               ในสายตาเซโงตอนนี้เห็นหน้าเจนีสแดงก่ำเสียยิ่งกว่าสตรอว์เบอร์รี่ที่กินไปเมื่อกี้เสียอีก สตรอว์เบอร์รี่สีแดงสดว่าหวานแล้ว แล้วใบหน้าที่แดงกว่าจะหวานขนาดไหนนะ ว่าแล้วเซโงก็ชะโงกหน้าไปงับเบาๆที่จมูกเล็กของร่างบาง อีกมือที่ว่างอยู่ของเซโงก็จับท้ายทอยของคนตัวเล็กไม่ให้หันหน้าหนี ก่อนจะไล้ลิ้นเลียไปยังเปลือกตาบาง ลากลงไปตามขนตาแพยาว วนขบเลียที่แก้มแดงซ่าน แล้วไปจบที่ริมฝีปากอิ่มของเจนีส เซโงขบเม้มที่ริมฝีปากอูม ก่อนจะเข้าครอบครองตวัดหาความหวานจากโพรงปากเล็ก

 

               “อะ..อื้อ!” ร่างเล็กเริ่มร้องประท้วงเมื่อหายใจไม่ทัน ด้วยความเป็นห่วงคนตัวเล็ก เซโงจึงยอมผละปากออกมา แต่ก็ดูดริมฝีปากอิ่มด้วยความอาวรณ์ จูบร้อนแรงของเซโงทำเอาเจนีสถึงกับหอบตัวโยน

 

             &