[One-Shot] Sweet Christmas Eve [3/4] ~ Zeingo’s Side Story ~

posted on 20 Dec 2013 23:06 by ilovetoon directory Fiction
>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>คำเตือน<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<
ฟิคนี้เป็นฟิค Yaoi (ชxช) ใครไม่ใช่แนว เชิญปิดเลยนะ
 

คุยกันก่อนนิดนึง...  คือ ตอนที่แล้ว จะใช้มุมมองของผู้เขียนบรรยายเอาซะส่วนมาก

แต่ภาคนี้จะใช้ความคิดเซโงเป็นตัวเดินเรื่องนะ เพราะงั้น เราจะได้รู้กันว่า คนที่นิ่งๆเงียบๆ อย่างนั้น ในใจคิดอะไรบ้าง... 

__________________________________________________________________
 
Vampire Company Fanfic
Title : Sweet Christmas
Author : mamon18717
Pairing : Zeingo x Jeneze
Rating : ???
 

Zeingo’s Side Story [3/4]

               ให้ตายสิ! ถึงว่าทำไมสังหรณ์ใจไม่ค่อยดีเอามากๆ จนต้องรีบจัดการเหยื่อแล้วเร่งกลับมาบริษัท สาเหตุก็มีอยู่แค่ เจ้าแวมไพร์บ๊องดันหายหัวออกไปข้างนอกตั้งแต่ ‘กลางวันแสกๆ’ น่ะสิ วันนี้เขาไม่น่าออกไปทำงานเลย น่าจะอยู่เฝ้าเจ้าแวมไพร์บ๊องนั่นเอาไว้ให้ดีๆ แต่ทำไมวันนี้ถึงมีแต่คนไม่ว่างกันนะ ทั้งคูฟ ทั้งฟรีค ทั้งไคซา ทั้งเชย์ออน แม้แต่คีซัสก็ยังไม่มาอยู่เฝ้าเจ้าแวมไพร์บ๊องนี่เลย

 

               หืม..? พวกคุณอย่าหาว่าผม ‘ไม่รู้เรื่องอะไรกับเขาเลย’ นะ ทำไมผมจะไม่รู้ ผมรู้ดีว่า ‘วันพรุ่งนี้’ เป็น ‘วันคริสต์มาส’ ที่ใครๆก็อยากมีเวลาส่วนตัวไปอยู่กับคนที่รักบ้าง อย่างคูฟก็จะไปอยู่กับซาฟิว ไคซาก็ต้องไปอยู่กับลูกสาวสุดรักอย่างการ์นี่เวียร์ คีซัวก็อาจจะจัดงานอยู่กับเหล่าแวมไพร์ที่ซุกซ่อนอยู่ แต่ฟรีคกับเชย์ออนเนี่ยสิ ไปแอบกกเด็กเอาไว้ตั้งแต่ตอนไหนนะ แต่ก็ช่างมันเถอะ ใครจะไปสนใจล่ะ จะสนก็แต่ไม่มีคนอยู่เฝ้าเจ้าแวมไพร์นั่นน่ะสิ แล้วเขาก็แน่ใจมากด้วยว่าเจ้าแวมไพร์บ๊องนั่นไม่มีเด็กกกเอาไว้หรอก

 

               ทำไมน่ะหรอ..ก็เขาอยู่กับเจ้าแวมไพร์บ๊องนั่นตลอดเวลาที่มันลืมตาตื่นเลยน่ะสิ!

 

               เอาล่ะ! เข้าเรื่องของเราดีกว่า ผมรู้ดีว่า ‘พรุ่งนี้’ เป็น ‘วันคริสต์มาส’ แต่ว่านะ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับ ‘วันนี้’ ล่ะ? ก็จริงอยู่ที่ ‘วันนี้’ เป็น ‘วันคริสต์มาสอีฟ’ แต่วันที่สำคัญจริงๆคือพรุ่งนี้ไม่ใช่หรอ??? (ผู้แต่ง:ก็เขาไปหาซื้อของขวัญกันไงเซโง)

 

               เฮ้อ~ ช่างคนอื่นเถอะ แต่ว่านะ ก็เพราะสังหรณ์ใจไม่ค่อยดีนั่นแหละ ถึงได้รีบกลับมาดูเจ้าแวมไพร์บ๊องนั่นซะหน่อย ถึงกลางวันจะเป็นเวลานอนของมันก็เถอะ แต่จะอยู่คนเดียวได้แน่รึเปล่าน่ะสิ ไม่ใช่ว่าจะโดนพวกนักล่าค่าหัวใช้ช่องโหว่นี้แอบลอบเล่นงานหรอกนะ

 

               แต่ดูสิ พอเขากลับมาที่บริษัท จากที่เมื่อเช้าก่อนออกไปเขาก็ว่า บริษัทเงียบมากอยู่แล้ว ตอนนี้ดันเงียบกว่าอีก ก็เพราะมันไม่มีเสียงดิ้นขลุกขลักของเจ้าแวมไพร์บ๊องนั่นน่ะสิ ทั้งที่ปกติจะนอนดิ้นจนหัวโขลกโลงเป็นประจำ

 

               ...เงียบ...เงียบเกินไป...   ...ชักน่าสงสัยแฮะ...

 

               ว่าแล้วเซโงก็เดินไปเปิดฝาโลงแสนโทรม ซึ่งเป็นที่ซุกหัวนอนสุดรักของเจ้าแวมไพร์บ๊องนั่น

 

               และก็เจอกับ ‘ความว่างเปล่า’ ... ก็ไม่ผิดจากที่เขาคาดเอาไว้ละนะ แต่ว่าเจ้าแวมไพร์บ๊องนั่นจะมีธุระที่ไหนกันนะ ถึงได้ยอมอดหลับอดนอน แล้วลงทุนหนีเขาออกไปแบบนี้ เท่าที่จำได้ ตลอดเวลาที่เจ้าแวมไพร์บ๊องนั่นลืมตาตื่นจนกระทั่งเข้านอน มันก็อยู่กับเขาตลอดเวลานี่นา แล้วก็ไม่เห็นจะมีใครนัดไปไหนเลย ไคซาก็ไม่ได้ชวนไปที่สมาคมด้วย แล้วเจ้าแวมไพร์หลังเขาจะไปไหนได้

 

               แต่ที่น่าแปลกใจกว่าก็คือ... ‘เจนีส ซาลซ์’ แวมไพร์ผู้โลกรัก และรักโลก ออกไปข้างนอก ‘กลางวันแสกๆ!!’ แค่นั่งอยู่ข้างในบริษัทก็บ่นว่าร้อนแทบจะละลายจนกลายเป็น ‘โมโหร้อน’ บ่นๆๆแบบไม่หยุด จนลำบากเขาที่นั่งฟังจนหูชา ต้องไปหาน้ำแข็งมาให้ แล้วนี่ออกไปข้างนอก! ไม่ใช่ว่ากลายเป็นเถ้าถ่านไปแล้วรึ นี่ก็เย็นมากแล้วนะ ทำไมถึงยังไม่กลับมาอีก รึว่าจะไปมีเรื่องกับใครที่ไหน จะออกไปตามหาดีมั้ยเนี่ย แต่จะไปตามหาที่ไหนดีล่ะ ถ้าไปหาไคซา ฟรีค หรือว่าคีซัส เจ้าพวกนั้นก็ต้องโทรมาไม่ก็ส่งข้อความมาแจ้งเขาแล้ว แต่นี่ไม่มีการติดต่อมาเลย มีทางเดียวก็คือต้องนั่งรออยู่นี่แล้วถามเจ้าตัวเองละนะ เจ้าแวมไพร์บ๊องนั่นคงจะเอาตัวรอดได้ ก็ถ้าเจ้าแวมไพร์บ๊องนั่นเป็นอะไรไป เขาคงจะจับสัมผัสได้ อารมณ์ประมาณสายเลือดมันกรีดร้อง...ละมั้ง

 

               แล้วนี่ผมมาพล่ามอะไรซะยืดยาวเนี่ย เจนีสนะเจนีส กลับมาเมื่อไหร่ พ่อ(หรือผัว?)จะลงโทษซะให้เข็ดเลย เริ่มจากงดข้าวงดขนมซัก 2-3 มื้อเป็นไง หึหึหึ...  แล้วก็จะงดน้ำแข็งแถมยังจะไม่ให้ไปนั่งหน้าตู้เย็นอีกด้วย เอาให้ร้อนจนละลายกันไปข้างเลย หึหึหึหึหึ.....

 

               หืม..มาแล้วสินะ พวกคุณอย่าถามผมเลยว่าผมรู้ได้ยังไง ผมคงบอกได้แค่ว่า เพราะผมคือ เซโง เอนคาร์ แล้วเจ้าแวมไพร์บ๊องนั่นคือ เจนีส ซาลซ์ ละนะ เอาเป็นว่าผมรู้ก็แล้วกันน่า แล้วดูสิ มัวแต่ยึกยักไม่ยอกเข้ามาซักที ..เอาละนะ.. 3..2..1..

 

                “ปัง / ไปไหนมา!” หืม..ถามแค่นี้ทำเป็นหน้าซีด ตกใจละสิที่วันนี้ผมกลับมาเร็ว นายโดนจับได้แล้วเจนีส ไหนขอดูหน่อยซิ ว่านายจะแก้ตัวยังไง

 

                “ทะ..ทำไมวันนี้กลับมาเร็วจังล่ะ เซโง” เจ้าแวมไพร์บ๊องพูดเสียงสั่นเชียว กลัวโดนลงโทษขนาดนั้นเลยหรอ แล้วที่พูดออกมานั่น คิดจะเปลี่ยนเรื่องใช่มั้ย ไม่ได้ผลหรอกเจนีสเอ๋ย

 

                “...นายยังไม่ตอบคำถามฉันเลยนะ นายไปไหนมา เจนีส ซาลซ์” อา..เขาแค่อยากแกล้งคนตรงหน้านิดหน่อย เลย ‘จงใจ’ เรียกชื่อไปซะเต็มยศ ไม่คิดว่าเจ้าแวมไพร์บ๊องนั่นจะหน้าซีดได้ซะขนาดนี้ แต่เดิมก็ว่าซีดแล้วนะ ตอนนี้ยังซีดได้อีกแฮะ เฮ้อ~ กลัวอะไรเขานักหนานะ เขามีอะไรน่ากลัวนักหรอ?

 

                “อะ..เอ่อ” เอ่อ อะไร? มีอะไรจะพูดก็พูดมาสิ

 

                “ฉัน...” นี่จะมัวอ้ำอึ้งไปถึงเมื่อไหร่

 

                “ฉัน?” คำนี้เขาพูดเองแหละ ก็อีกฝ่ายมัวแต่ยึกยัก จะพูดก็ไม่พูด เสียเวล่ำเวลาไปเปล่าๆ เลยเร่งซักหน่อย ดูสิ เดินก้มหน้าก้มตามาทางนี้แล้ว

 

                “ฉันให้นาย!” อยู่ๆเจนีสก็ยื่นถุงอะไรซักอย่างมาทางเขา

 

                “ให้ฉัน?” จริงดิ!? เจ้าแวมไพร์บ๊องนั่นมีของมาให้เขา! ตกใจหมดเลย แต่ว่านะ คงไม่ได้แกล้งกันใช่มั้ย ของในถุงนั่นเป็นของอันตรายรึเปล่านะ แต่พอดูดีๆ นั่นมันถุงขนมเค้กนี่หว่า แต่ว่า... “ให้ฉัน?..เนื่องในโอกาส?”

 

                “ก็เออสิ ฉันให้นาย ตอนแรกกะจะให้วันพรุ่งนี้ซะด้วยซ้ำ ก็พรุ่งนี้เป็นวันคริสต์มาสไง แต่นายเล่นเค้นกันแบบนี้ ขืนฉันไม่บอก มีหวังชะตาขาดแน่ ดูซิ เลยไม่เซอร์ไพรส์เลย เห็นมั้ย” เจ้าแวมไพร์บ๊องเริ่มพล่ามแล้วแฮะ ท่าทางจะหงุดหงิดเอามากๆ แล้วเอาถุงขนมมายัดใส่มือคนอื่นเขาเนี่ย เคยถามเขาบ้างไหมว่าอยากได้รึเปล่า แต่ก็เอาแถอะ..เจนีสอุตส่าห์เอามาให้นี่นา

 

                “ขอบใจ” คนเขามีน้ำใจเอาของมาให้ก็ต้องขอบคุณ ผมรู้จักคำว่า ‘มารยาท’ ดีน่า ผมเอาถุงขนมที่โดนยัดเยียดมาวางไว้บนโต๊ะ แล้วก็มองเจ้าแวมไพร์บ๊องที่ยังยืนบื้อไม่ยอมขยับไปไหน ผมรับของมาก็พูดขอบคุณไปแล้ว ข้าวเย็นผมก็ทำใส่จานวางไว้ให้แล้ว ทำไมถึงไม่ยอมไปกินล่ะ ยังไม่หิวหรอ? หรือกินมาจากข้างนอกแล้ว?

 

                “เอ่อ..เซโง ไม่กินหรอ” เจ้าแวมไพร์บ๊องนั่นก็ถามมาได้นะ เขาเคยบอกไปแล้วไม่ใช่หรอว่า เขาเกลียดของกวานเสียยิ่งกว่าอะไรดี เว้นแต่ ‘ตัวหวานๆ’ ของคนตรงหน้านี้ล่ะนะ หึหึ...

 

                “นายก็รู้ว่าฉันไม่ ช.อ..บ...”

 

                “งั้นฉันขอนะ!” เห้ย เขายังพูดไม่ทันจบเลย ไม่ได้นะ ให้เขาแล้วก็ต้องให้เลยสิ นี่ดีนะที่เขาปฏิกิริยาว่องไว คว้าถุงขนมมาได้ก่อนที่มือเล็กๆนั่นจะเอื้อมมาถึง

 

                “ฉันบอกแค่ว่า ‘ไม่ชอบ’ ไม่ได้หมายความว่า ‘ไม่กิน’ ซักหน่อย” อะไรกันๆ โดนดักคอแค่นี้ถึงกับหน้าหงอยไปเลยหรอ อันที่จริงเขาก็ไม่ใช่คนใจร้ายอะไรซักหน่อย ก็แค่รู้ทันแล้วอยากแกล้วคนตรงหน้านิดหน่อยก็เท่านั้นเอง แต่ก็ไม่นึกว่าเจ้าแวมไพร์บ๊องจะซึมได้ถึงขนาดนี้..

 

               พลันสายตาเซโงก็เหลือบไปเห็นของบางอย่างที่ไม่ใช่ขนมเค้ก แต่ดันไปอยู่ในถุงขนมเค้ก ของชิ้นนั้นมีป้ายแปะไว้ว่า ‘ของแถมพิเศษจากทางร้าน ขอบคุณที่ใช้บริการครับ’ หึหึหึ..คิดอะไรดีๆออกแล้วล่ะ...

 

                “ก็ได้”  “หืม?” เจ้าแวมไพร์บ๊องทำหน้างงอะไรกัน หรือว่าเขาพูดสั้นไป ไม่เคลียร์งั้นหรอ งั้นพูดใหม่ก็ได้

 

                “ก็ถ้านายอยากกินนัก ‘เรา’ ก็จะ ‘กินกัน’ ”

 

               ใช่... ‘ของขัญสุดพิเศษ’ ที่ ‘คนพิเศษ’ มอบให้ เนื่องใน ‘โอกาสพิเศษ’ ก็ต้อง ‘กินกันแบบพิเศษๆ’ หน่อยล่ะ เสียก็แต่เจ้าแวมไพร์สมองช้านี่ละนะ ที่ทำตาเป็นประกายไม่ได้รู้เรื่องอะไรกับเขาเล๊ย~ เซโงคนนี้ก็หวังว่าจะได้เห็นอะไรดีๆจากของแถมชิ้นนี้ละนะ …‘น้ำผึ้งสีเหลืองทอง’ งั้นหรอ... หึหึหึ..คงหวานน่าดูสินะ.......

_____________________________________________________________________

 

เป็นไงบ้าง.....  สนุกกันมั้ยเอ่ย???

มีใครสังเกตมั้ยว่ามันเริ่มยาวขึ้นทุกตอนแล้ววว~ >w<)~

ตอนหน้าก็ตอนจบแล้วน้า อยากได้กันยาวขนาดไหนดีเอ่ย ...

เม้นต์ "ติ" ได้ "ชม" ก็ได้นะ นะ นะ 

เจอกันพรุ่งนี้คริสต์มาสอีฟจ้า ^^

Comment

Comment:

Tweet