[One-Shot] Sweet Christmas Eve [4/4] End

posted on 24 Dec 2013 19:04 by ilovetoon directory Fiction
>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>คำเตือน<<<<<<<<<<<<<<<<<<<<
 
ฟิคนี้เป็นฟิค Yaoi (ชxช) ใครไม่ใช่แนว เชิญปิดเลยนะ
 
 
 
ต่อๆๆตอนจบแล้วจ้า ^^
 
__________________________________________________________
 
Vampire Company Fanfic
Title : Sweet Christmas
Author : mamon18717
Pairing : Zeingo x Jeneze
Rating : ???
 
 

               --4 End--

               หลังจากที่ทั้งคู่ได้ข้อสรุปแล้ว ก็ถึงขั้นตอนการกินละนะ เซโงจัดการนำกล่องเค้กออกมาจากถุงแล้ววางไว้กลางโต๊ะ แอบขำคนข้างๆเบาๆ ก็เพราะว่าเจนีสเป็นคนซื้อมาเอง แต่กลับทำหน้าตื่นเต้นเหมือนกับ ‘เปิดกล่องของขวัญที่ได้รับมา’ เลยนะสิ

 

               เมื่อเจนีสเห็นมือเซโงไม่ยอมขยับเปิดกล่องซักที ก็เงยหน้าไปมองหน้าเซโงด้วยความหงุดหงิด เซโงเห็นดังนั้นก็พยักหน้าไปหนึ่งที เป็นเชิงว่า ‘เข้าใจ’ แล้วลงมือเปิดฝากล่องออก

 

               “เป็นไงบ้างเซโง น่ากินมั้ย” ทันทีที่ฝากล่องถูกเปิดออก เผยให้เห็นเค้กสีขาวบริสุทธิ์ภายใน ซึ่งถูกแต่งแต้มสีสันด้วยสตรอว์เบอร์รี่สีแดงสดลูกใหญ่

 

               เจนีสยืนรอคำตอบจากเซโงด้วยใจลุ้นระทึก จ้องหน้าเซโงตาไม่กระพริบ เมื่อเซโงเห็นสีหน้าคาดหวังจากคนข้างๆก็อดเอาใจไม่ได้ ก็ใครให้เจนีสทำหน้าตาน่ารักขนาดนั้นล่ะ

 

               “น่ากินสิ” เซโงเอ่ยปากตอบคำถามนั่น แต่จะมีใครเล่าจะล่วงรู้ความในใจว่าที่เขาเอ่ยไปนั้น หมายถึงเค้กซะที่ไหนกัน!

 

               “เย้~ งั้นกินกันเลยนะ” ทันทีที่เซโงเอ่ยชม เจนีสก็ยิ้มร่า เป็นรอยยิ้มที่ทำให้เซโงเห็นโลกทั้งใบสดใสขึ้นมาทันตาเลยล่ะ เล่นเอาหัวใจเซโงเต้นผิดจังหวะกันเลยทีเดียว และเซโงก็อดที่จะยิ้มตามไม่ได้

 

               เซโงจัดการเลื่อนเค้กไปไว้ที่ริมโต๊ะ แล้วหันไปพูดกับเจนีส

 

               “นั่งสิ”

 

               “นั่ง?”

 

               “ก็ขึ้นมานั่งบนโต๊ะนี่ไง หรือนายจะยืนกินงั้นหรอ? อ๊ะ..อย่าบอกนะว่า ‘อยากนั่งตักฉัน’ น่ะ เอาสิ เชิญ” เซโงไม่เพียงแค่พูดเท่านั้น เขายังเอามือตบลงไปที่ตักของตัวเองอีกต่างหาก พร้อมทั้งโปรยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ใส่เจนีส คนโดนแกล้งหน้าขึ้นสีทันที

 

               “จะ..จะบ้าหรอ!” เจนีสตะโกนกลบเกลื่อนความอาย แล้วขยับตัวขึ้นไปนั่งบนโต๊ะแทนที่เค้กเมื่อก่อนหน้านี้ ทำให้ในตอนนี้ ทั้งคู่อยู่ในสภาพที่นั่งหันหน้าเข้าหากัน แถมระดับสายตายังพอดีกันอีกต่างหาก ส่งผลให้ทั้งสองจำต้องสบสายตากันอย่างเลี่ยงไม่ได้

 

               “กินซักทีสิ” เจนีสบอกเซโงที่มัวแต่นั่งมองหน้าเขาด้วยสายตา...กรุ้มกริ่ม เจนีสเขินจนไม่รู้จะเขินยังไงแล้ว เขาอยากจะมุดแผ่นดินหนีไปซะตรงนี้เลย เสียแต่เจ้าเค้กที่วางอยู่ข้างๆนี่น่ะสิ ที่ทำให้เจนีสยังรั้งตัวเองให้ยังอยู่ตรงนี้ แม้จะอยากกินมากขนาดไหน แต่เจนีสก็ยังมีมารยาทพอ รอให้เจ้าของกินก่อน

 

               เซโงหยิบสตรอว์เบอร์รี่ลูกโตขึ้นมาหนึ่งลูก แล้วเอาจ่อไปยังริมฝีปากอิ่มของเจนีส

 

               “นายก็กินก่อนสิ” เจนีสบอกกับเซโง เมื่อเห็นเซโงยื่นสตรอว์เบอร์รี่มาให้

 

               แต่เซโงกลับเพียงสายใบหน้าเปื้อนยิ้มเบาๆเท่านั้น แถมยังยื่นสตรอว์เบอร์รี่ลูกนั้นให้สัมผัสกับริมฝีปากอิ่มนั่นอีกต่างหาก ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ ที่เซโงทำตัวอ่อนโยนกับเจนีสถึงเพียงนี้

 

               ตอนนี้เจนีสเริ่มเข้าใจคนตรงหน้าแล้วล่ะ ‘เซโงแค่อยากให้เขากินก่อนนี่เอง’ เจนีสคิดได้ดังนั้นก็เอื้อมมือไปหยิบสตรอว์เบอร์รี่ในมือเซโง แต่เซโงกลับชักมือกลับ แล้วยื่นไปที่ปากเจนีสอีกครั้ง

 

               และเมื่อแวมไพร์หัวช้าแปลความหมายของการกระทำนั่นได้ แม้จะงงอยู่บ้าง แต่ก็ยอมทำตามแต่โดยดี เจนีสจัดการงับสตรอว์เบอร์รี่ลูกโตเขาปากภายในคำเดียวจนแก้มบวมตุ่ย

 

               ทุกๆการกระทำของเจนีสล้วนตกอยู่ในสายตาของเซโงทั้งสิ้น ชนิดที่ว่าไม่มีสิ่งใดหลุดรอดสายตาเซโงไปได้เลย ตั้งแต่แรกเริ่มที่ริมฝีปากอวบอิ่มสัมผัสกับสตรอว์เบอร์รี่ฉ่ำ ความเปล่งประกายเงาวับของลูกสตรอว์เบอร์รี่ช่วยขับให้ริมฝีปากนั้นเงาเป็นประกายเช่นกัน ยามเจนีสขบริมฝีปากเบาๆเมื่อได้รับรสเปรี้ยว และทำหน้าเคลิ้มเมื่อได้รับรสหวานคละเคล้ามา จนใบหน้าขาวซีดเริ่มอมชมพูระเรื่อ

 

               กระทั่งเมื่อเจ้าตัวกลืนสตรอว์เบอร์รี่ลูกยักษ์ลงไปหมดแล้ว แต่ก็ยังเลียริมฝีปากอิ่มของตนอย่างช้าๆเป็นการทิ้งท้าย เล่นเอาเซโงที่นั่งมองอยู่แทบคลั่ง เจนีสจะรู้ตัวมั้ยนะ ว่าการกระทำของตัวเองไปปลุกสัญชาตญาณดิบในตัวร่างสูงขึ้นมาซะแล้ว... อดทนไว้เซโง.. อดทนไว้... อดเปรี้ยวไว้กินหวานดีกว่านะ หึหึหึ...

 

               “นายก็กินบ้างสิเซโง อร่อยนะ” เมื่อเจนีสกินเสร็จ ก็ได้เวลาใส่ใจคนรอบข้างบ้าง

 

               “ป้อนฉันสิ” ถึงจะไม่รู้ว่าเป็นคำร้องขอหรือคำสั่งจากเซโง แต่เจนีสก็ทำตามเสียงนั้น ก็ทีเซโงยังป้อนเขาได้ แล้วทำไมเขาจะป้อนให้เซโงบ้างไม่ได้ล่ะ

 

               เจนีสหันไปหยิบสตรอว์เบอร์รี่ขึ้นมาป้อนให้คนตรงหน้า เซโงแอบยิ้มมุมปากเล็กน้อยก่อนจะก้มลงไปงับสตรอว์เบอร์รี่ในมือเล็กนั่น แต่ก็ยังไม่วายงับนิ้วเล็กนั่นเข้าไปด้วย เจนีสสะดุ้ง รีบชักมือกลับทันที

 

               หึหึ.. เซโงขำเบาๆให้กับท่าทางร้อนรนนั้น เขาเอื้อมมือไปคว้ามือเล็กๆของคนตรงหน้า แม้เจนีสจะขัดขืนด้วยการชักมือกลับ แต่มีหรือที่ ‘คนตัวเล็กๆที่วันๆอยู่แต่ในบริษัท’ จะไปสู้ ‘คนตัวโตกว่า แถมยังเป็นนักล่าค่าหัว ออกหาเหยื่อทุกวี่วัน’ ได้ เมื่อคนตัวเล็กเห็นว่าขัดขืนไปก็เปล่าประโยชน์ จึงยอมให้โงดึงมือเขาไปแต่โดยดี

 

               แผละ!

 

               “เฮ้ย! จะทำอะไรน่ะ มันเปื้อนนะ!” เจนีสร้องเสียงหลงเมื่อเซโงดึงมือเล็กไปจุ่มกับหน้าเค้กสวย

 

               “หลบไป ฉันจะไปล้าง” เจนีสใช้มืออีกข้างที่ไม่เปื้อน ดันตัวเซโงออกเบาๆเพื่อขอทาง หากแต่ร่างสูงกลับไม่ให้ความร่วมมือเลยแม้แต่นิด ซ้ำยังเขยิบเข้ามาใกล้อีกด้วย

 

               เจนีสได้แต่ทำหน้ามุ่ยใส่ เพราะจะขัดขืนก็ดูจะเสียเปรียบกว่าอีกล่ะ ทั้งขนาดตัว แถมยังประสบการณ์โชกโชนของร่างสูงนั่นอีก แล้วยังมือข้างที่เปื้อนก็ยังถูกมือหนาจับเอาไว้อยู่ แม้จะไม่เห็นหนทางชนะ แต่เจนีสก็ไม่ยอมแพ้ ใช้สายตาฟาดฟันเซโงต่อไป เสียแต่สีหน้าหงุดหงิดนั่น ร่างสูงกลับมองว่า ‘น่ารัก’ น่ะนะ

 

               ยิ่งเซโงเห็นเจนีสทำหน้าไม่พอใจใส่ เซโงก็ยิ่งอยากแกล้ง เซโงแลบลิ้นเลียเนื้อครีมที่ติดอยู่บนนิ้วเล็กๆ ทีละนิ้ว..ทีละนิ้วอย่างช้าๆ เขาทั้งเลีย ทั้งขบ ทั้งดูดนิ้วขาวๆนั่น ราวกับกำลังลิ้มรสขนมหวานชั้นเลิศก็ไม่ปาน ฝ่ายถูกกระทำนั้นได้แต่ตะลึงกับการกระทำของร่างสูง ทุกๆสัมผัสจากลิ้นเรียว ส่งผลให้ร่างเล็กใจหวิวๆ

 

               พลันสบตากัน เจนีสรับรู้ได้ถึงสายตาร้อนแรงของร่างสูงที่ไม่ได้ละไปจากใบหน้าของเขาเลยแม้แต่นิด เจนีสรับรู้ได้ถึงใบหน้าอันร้อนผ่าวของตน แต่จะขัดขืนก็ทำไม่ได้ ทำได้เพียงหลับตาปี๋ เพื่อหลบสายตาร้อนแรงตรงหน้า

 

               ในสายตาเซโงตอนนี้เห็นหน้าเจนีสแดงก่ำเสียยิ่งกว่าสตรอว์เบอร์รี่ที่กินไปเมื่อกี้เสียอีก สตรอว์เบอร์รี่สีแดงสดว่าหวานแล้ว แล้วใบหน้าที่แดงกว่าจะหวานขนาดไหนนะ ว่าแล้วเซโงก็ชะโงกหน้าไปงับเบาๆที่จมูกเล็กของร่างบาง อีกมือที่ว่างอยู่ของเซโงก็จับท้ายทอยของคนตัวเล็กไม่ให้หันหน้าหนี ก่อนจะไล้ลิ้นเลียไปยังเปลือกตาบาง ลากลงไปตามขนตาแพยาว วนขบเลียที่แก้มแดงซ่าน แล้วไปจบที่ริมฝีปากอิ่มของเจนีส เซโงขบเม้มที่ริมฝีปากอูม ก่อนจะเข้าครอบครองตวัดหาความหวานจากโพรงปากเล็ก

 

               “อะ..อื้อ!” ร่างเล็กเริ่มร้องประท้วงเมื่อหายใจไม่ทัน ด้วยความเป็นห่วงคนตัวเล็ก เซโงจึงยอมผละปากออกมา แต่ก็ดูดริมฝีปากอิ่มด้วยความอาวรณ์ จูบร้อนแรงของเซโงทำเอาเจนีสถึงกับหอบตัวโยน

 

               “นายทำบ้าอะไรฮะ! ถ้าคนอื่นมาเห็นเข้า จะทำยังไง!!” เจนีสขึ้นเสียงใส่เซโง

 

               “ฉันเช็คมาหมดแล้วหน่า วันนี้ไม่มีใครว่างมาที่บริษัทหรอก ฉันว่า..เรามาต่อเรื่องของเรากันดีกว่านะ” พลันสิ้นเสียง เซโงก็ผลักเจนีสนอนราบลงกับโต๊ะ ก่อนจะประกบจูบอีกครั้ง โดยที่มือทั้งสองเริ่มทำหน้าที่สำคัญ ปลดเปลื้องเสื้อผ้าของคนข้างใต้ออก ทีละชิ้น..ทีละชิ้น จนหมด...

 

               บัดนี้ ในหัวเจนีสล้วนขาวโพลนเพราะพิษจูบจากร่างสูง ส่งผลให้อารมณ์เริ่มอยู่เหนือเหตุผลใดๆ เจนีสจูบตอบสัมผัสที่ได้รับไปอย่างทัดเทียม ทำให้อารมณ์ของทั้งคู่เริ่มพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งเจนีสและเซโงยังคงจูบกันอยู่เนิ่นนานอย่างไม่ยอมแพ้กัน

 

               แม้ตอนนี้ร่างเจนีสจะเปลือยเปล่าแล้ว แต่มือเซโงยังคงทำงานต่อด้วยการปาดครีมจากหน้าเค้กมาละเลงบนตัวขาวเนียนของร่างบาง แต่ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เซโงเอื้อมมือไปหยิบโหลน้ำผึ้งสวยมาราดไปทั่วร่างบอบบาง ความหอมหวานที่โชยมาจากน้ำผึ้งผ่อง ทำเอาเซโงเริ่มอดใจไม่ไหว

 

               อยู่ๆร่างสูงก็ถอนริมฝีปากออกมาช้าๆ ส่งผลให้คนตัวเล็กเผลอส่งเสียงขัดใจออกมา แต่ก็ต้องสะบัดหน้าหนีเมื่อเจอรอยยิ้มล้อเลียนของเซโง ร่างสูงเหลือบมองผลงานของตนอย่างพอใจ ก่อนที่จะรีบงัดโทรศัพท์มือถือมาถ่ายรูปเก็บเอาไว้อย่างรวดเร็วเสียจนเจนีสไม่ทันสังเกต ในตอนนี้ไม่เพียงแค่ใบหน้าเล็กเท่านั้นที่แดงซ่าน แต่ผิวขาวเนียนของคนข้างใต้ก็แดงไม่แพ้ใบหน้าหวานเลยแม้แต่นิด

 

               “จะ..จะทำอะไรก็รีบๆทำสิ!” เจนีสพูดออกมาหลังจากทนสายตาหิวกระหายของคนตรงหน้าไม่ไหว แถมเขาก็เริ่มมีอารมณ์แล้ว และคาดว่าคนตรงหน้าก็เช่นกัน เพราะฉะนั้น จะให้มันจบลงตรงนี้ก็คงไม่ได้ซะด้วยสิ

 

               หึ.. เซโงยิ้มมุมปากอย่างชอบใจ แล้วเริ่มจัดการกับผลงานของตนตรงหน้า...

 

 

_____________________________________________________________________________
 
Cut
 
_____________________________________________________________________________
 
 
 

               "ราตรีสวัสดิ์นะครับ" ร่างสูงบอกลาร่างเล็ก แต่ก็ไม่ทันจะผละจาก ก็โดนมือเล็กคว้าแขนเอาไว้เสียก่อน มือเล็กอีกข้างล้วงหาบางสิ่งใต้หมอน

 

               "เซโง ฝากวางไว้ปลายโลงหน่อยสิ" มือเล็กยื่นถุงเท้าสีแดงสดให้เซโงด้วยสีหน้าจริงจัง เซโงนึกขันกับท่าทีของร่างบาง แต่ก็ตอบรับคำขอด้วยเสียงนุ่ม มือหนาคว้าถุงเท้าสีแดงสดเอาไว้ ก่อนจะก้มจุมพิตหน้าผากเนียน

 

               "ฝันดีนะครับ" ร่างสูงคลี่ยิ้มบางให้แก่คนตัวเล็ก และคนตัวเล็กก็มอบรอยยิ้มหวานให้แก่ร่างสูงเช่นกัน เจนีสเริ่มขยับเปลือกตาบางลง

 

               แม้เวลากลางคืนจะเป็นเวลาออกไปเที่ยวของแวมไพร์ แต่ด้วยความเหนื่อยจากกิจกรรมเมื่อครู่ บวกกับวันนี้เขาออกไปตะลอนๆกลางแดดทั้งวัน จึงทำให้ร่างเล็กเข้าสู่ห้วงนิทราอันแสนอบอุ่นอย่างรวดเร็ว

 

               ร่างสูงนั่งมองใบหน้าหวานที่หลับสนิทลงไปแล้ว เขาชอบมองใบหน้าเล็กนี้เสมอๆ สีหน้าหลากหลายที่มักแปรเปลี่ยนไปตามความคิดของเจ้าของ ทำให้ร่างเล็กถูกอ่านความคิดได้ไม่ยาก เขามักจะพูดจากวนอารมณ์คนตัวเล็ก เพียงเพราะอยากเห็นสีหน้าหลายๆแบบ ที่ในสายตาเขา ไม่ว่าเมื่อไหร่มันก็น่ารักเสมอ

 

               ซักพักเซโงก็ลุกขึ้น ปิดฝาโลงให้คนตัวเล็ก แถมยังไม่ลืมวางถุงเท้าเอาไว้ให้อีกด้วย เขายิ้มบางให้กับความคิดเหมือนเด็กของคนตัวเล็กที่โตจนป่านนี้แล้วยังเชื่อเรื่องตาลุงชุดแดงอยู่อีก ซานตาคลอสน่ะไม่มีจริงหรอกนะ แต่หากคนตัวเล็กตื่นขึ้นมาแล้วไม่พบของขวัญล่ะก็ มีหวังได้บ่นเรื่องความดีของตนที่ชายแก่มองไม่เห็นละนะ ลำบากเขาอีก ที่ต้องมาทนฟังจนหูชา ซึ่งแน่นอนว่าต้องเป็นเขานี่ล่ะที่ต้องมาทำตัวเป็นซานต้าปลอมๆมอบของขวัญใส่ถุงเท้าแดงให้แวมไพร์ที่อายุสมองต่ำกว่าอายุจริง แต่ก็ไม่เป็นปัญหา เขารู้ใจร่างบางดีจึงเตรียมของขวัญเอาไว้ให้แล้วละนะ

 

               เซโงหยิบกล่องของขวัญทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดพอดีมือออกมาจากลิ้นชักโต๊ะ แม้ไม่ได้เป็นของขวัญชิ้นใหญ่โต ไม่ได้ห่อด้วยกระดาษลวดลายสวยงาม มีเพียงแค่ริบบิ้นแดงเส้นเล็กประดับไว้ตรงมุม แต่ก็เป็นของขวัญที่เขาตั้งใจเลือกให้เป็นอย่างดี และเขามั่นใจว่าคนตัวเล็กจะต้องชอบ

 

               เซโงจัดการยัดกล่องของขวัญนั้นใส่ถุงเท้าสีแดงของคนตัวเล็ก ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไปจัดการกับตัวเองบ้าง ทั้งคราบเหนอะจากร่างบางที่เปรอะเปื้อนไปทั่วหน้าท้องแกร่ง ทั้งอารมณ์ที่แอบปะทุขึ้นจากเสียงครางหวานของร่างบางตอนที่ล้างตัวให้

 

               เมื่อเซโงอาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้วก็เดินมาทิ้งตัวลงข้างโลงที่บรรจุร่างเล็กเอาไว้ เขาเอนสีข้างพิงโลงเก่า มือหนาลูบไล้ฝาโลงเบาๆประหนึ่งได้ลูบมือนุ่ม

 

               และแล้ว..เปลือกตาบางก็เริ่มคล้อยต่ำ ปกปิดนัยน์ตาสีนิล ร่างสูงปล่อยสติให้จมดิ่งสู่ความมืดอันสงบเงียบ

 

               ถ้าเป็นไปได้..เขาอยากจะขออยู่อย่างนี้ แค่ได้อยู่ใกล้ๆ ได้เคียงข้างกัน ให้นานขึ้นอีกเพียงสักนิดก็ยังดี...

 

               "อรุณสวัสดิ์" เสียงนุ่มทุ้มดังขึ้นเมื่อฝาโลงผุถูกแง้มออกด้วยมือขาวซีดของคนที่อยู่ข้างใน

 

               "อืม.. อรุณสวัสดิ์" ร่างเล็กเอ่ยด้วยน้ำเสียงงัวเงีย แม้เจนีสจะแปลกใจที่ตนหลับสนิททั้งที่เป็นเวลากลางคืน หากแต่ในห้วงนิทรามืดสนิท หัวใจดวงน้อยกลับพองโตด้วยความอบอุ่น ถึงจะไม่รู้สาเหตุ แต่ก็ดีกว่าฝันร้ายละนะ...

 

               เพราะหลับสบายตลอดคืน ทำให้เมื่อเจนีสตื่นมา ร่างกายที่บอบช้ำจากกิจกรรมอันหนักหน่วงนั้น หายดีเป็นปลิดทิ้ง

 

               'ตุ๊บ' เสียงคล้ายของหล่นดังขึ้นเมื้อเจนีสผลักฝาโลงให้เปิดขึ้น เล่นเอาดวงตาที่จะปิดแหล่ไม่ปิดแหล่นั้นเบิกกว้างขึ้นมาทันใด คนตัวเล็กรีบกระโจนไปยังต้นเสียงทันที และก็ได้พบกับถุงเท้าสีแดงสดของตนที่มีกล่องของขวัญอยู่ภายใน! ย้ำอีกครั้ง... ถุงเท้าของเขามีกล่องของขวัญใส่อยู่ด้วยล่ะ!! มือเล็กคว้าถุงเท้าขึ้นมา สีหน้าเปื้อนยิ้มดีใจยกใหญ่

 

               ในตอนแรกที่ได้ยินเรื่องซานตาคลอสนั้น เจนีสก็ไม่ค่อยจะเชื่อสักเท่าไรนัก ประกอบกับบางคนก็บอกว่าเป็นของขวัญที่พ่อแม่ให้ แต่เขาก็แค่อยากจะลองดู และไม่ได้คิดว่าจะได้ของขวัญกับเขาด้วย เหตุเพราะในตอนนี้เขาไม่มีพ่อแม่แล้วน่ะสิ

 

               แล้วของขวัญนี่ล่ะ ของใคร?

 

               ถ้าไม่มีพ่อแม่ ก็ต้องเป็นคนที่เปรียบเสมือนพ่อแม่ ผู้ปกครองงั้นหรอ... จะว่าไปก็มีอยู่คนนึงนะ ที่ชอบถูกล้อว่าเป็นผู้ปกครองของเขาอยู่บ่อยๆ  ก็...เซโง!?

 

               พลันคิดดังนั้น ใบหน้าเล็กก็หันไปหาร่างสูงที่คอยมองดูเขาอยู่ตลอดเวลา ทั้งสีหน้างัวเงียตอนตื่นนอน สีหน้าดีใจยามได้รับของขวัญ และสีหน้าตกใจเมื่อได้รับข้อสรุปในข้อสงสัยของตน เซโงยักคิ้วให้เขาทีนึงก่อนจะหันไปสนใจอย่างอื่น

 

               เจนีสหันมาสนใจของขวัญในมือ เรื่องที่ว่าได้รับมาจากใครนั้น เอาเป็นว่าเดี๋ยวค่อยไปไล่ถามเอาละกัน มาดูนี่ดีกว่า ของขวัญข้างในถุงเท้าคืออะไรกันแน่นะ ร่างเล็กชักตื่นเต้น มือเล็กขยับไปจับกล่องของขวัญดึงออกมา

 

              ทันที่กล่องของขวัญได้อวดโฉม ดวงตาเล็กของเจนีสก็เป็นประกายขึ้นมาทันใด พลันน้ำลายใสไหลย้อยลงมาจากมุมปาก เล่นเอาแขนเล็กเกือบปาดเช็ดแทบไม่ทัน

 

              ว้าววว ช็อกโกแลตนี่! ช็อกโกแลต!! ช็อกโกแลต!!!

 

              ร่างเล็กยิ้มกว้าง แผ่ประกายความดีใจเสียจนน่าแสบตา ส่งผลให้ร่างสูงที่นั่งมองอยู่ถึงกับยิ้มตามที่อย่างน้อยเจนีสก็ถูกใจของขวัญชิ้นนี้

 

              เมื่อกล่องของขวัญถูกมือเล็กดึงออกมาจนหลุดจากถุงเท้า กระดาษสีชมพูใบเล็กก็ร่วงหล่นลงมาจากถุงเท้า เจนีสผละความสนใจมาที่กระดาษใบเล็ก เขาวางถุงเท้าลงก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบกระดาษปริศนาขึ้นมา พลิกอ่านข้อความที่ถูกเขียนไว้อย่างบรรจง

 

              'รักนะครับ'

 

              แม้จะไม่ได้ระบุชื่อผู้ส่ง แต่เจนีสก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นลายมือของใคร เขาหันหน้าไปยังตำแหน่งเดิมที่เซโงเคยนั่งอยู่ แต่บัดนี้กลับไร้ร่างมีชีวิต เขาจึงหันหน้ากลับไป และก็ได้พบกับคนที่มองหาอยู่

 

              ร่างสูงขยับเข้าโอบเอวบางเอาไว้ ก้มใบหน้าเรียวเข้าหาใบหน้าหวาน ตาสีนิลจ้องลึกลงไปยังตาใส ทั้งสองสบตากันอยู่เนิ่นนาน จนกระทั่งร่างสูงปริปากขึ้น

 

              "รักนะครับ"

 

              พลันสิ้นเสียง ร่างสูงก้มลงประกบริมฝีปากเรียวเข้ากับริมฝีปากอิ่มของร่างเล็ก เจนีสจูบตอบด้วยใบหน้าแดงซ่าน แม้จะไม่ใช่คำพูดที่หวานซึ้ง แต่ก็เป็นคำสารภาพรักคำแรกที่คนตัวเล็กเพิ่งจะได้รับจากร่างสูง

 

              'คำบอกรัก' จากคนที่ 'รักเรา' และที่สำคัญ เราก็ 'รักเขา' ทำให้หัวใจเจนีสเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมาจากอกกันเลยทีเดียว และเมื่อริมฝีปากทั้งสองผละออกจากกัน คนตัวเล็กก็ขยับปากพูดบ้าง

 

              "รักเหมือนกันครับ"

 

              แม้เป็นถ้อยคำสั้นๆ แต่กลับมีความหมายต่อหัวใจสองดวงนี้ ร่างทั้งสองเข้าโอบกอดกันและกัน ซึมซับความอบอุ่นที่แผ่มาจากอีกฝ่าย ตักตวงความสุขที่เอ่อล้น

 

              ใจสองดวงที่เต้นดังไปพร้อมๆกัน เปรียบดั่งการยืนยันในความรู้สึกที่มีให้แก่กัน ยิ่งกว่าถ้อยคำหวานนับร้อยพันที่เปล่งออกมาโดยไร้ซึ่งความจริงใจ...

 

_________________________END _________________________

 
 
 
จบแล้วนะ เราเขียนดีไม่ดียังไงบอกกันได้ ตักเตือนแนะแนวทางกันได้ เราน้อมรับเสมอ
 
ส่วนช่วงที่ Cut ออก เอาอีเมล์มา เดี๋ยวเราส่งให้ รับรอง สะใจแน่นอน ฮุฮุ
 
 
 
 
...ขอบคุณผู้อ่านทุกท่าน...

Comment

Comment:

Tweet

heebummi@hotmail.com
ขอบคุณค่ะ 

#1 By JJay (223.206.141.3|223.206.141.3) on 2014-01-15 08:54